เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังวัดเขาติง ต.ลิพัง อ.ปะเหลียน จ.ตรัง สถานที่บำเพ็ญกุศลศพ นายวิไล ภิญโญทรัพย์ อายุ 56 ปี ผู้เสียชีวิตจากเหตุถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิง ขณะรับจ้างถางป่าในสวนยางพาราบริเวณพื้นที่เนินเขา หมู่ 5 ต.ลิพัง อ.ปะเหลียน จ.ตรัง เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ที่ผ่านมา ก่อนนำร่างกลับมาประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลที่วัดเขาติง โดยบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความโศกเศร้าของครอบครัว ญาติ พี่น้อง และเพื่อนฝูง ซึ่งต่างเดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยเป็นจำนวนมาก
ด้าน ลูกสาวผู้เสียชีวิต เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ก่อนหน้านี้บิดาได้ขายที่ดินและนำเงินทั้งหมดมาส่งเสียตน ทั้งค่าเล่าเรียน ค่าหอพัก และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ปัจจุบันกำลังศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาเคมี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และกำลังจะสำเร็จการศึกษา แต่บิดากลับมาเสียชีวิตเสียก่อน
“หลังทราบข่าวหนูช็อกมาก ไม่คิดว่าพ่อจะจากไปแบบนี้ หากบอกพ่อได้ หนูอยากบอกว่าพ่อทำหน้าที่ของพ่อดีที่สุดแล้ว พ่อเก่งแล้ว ไม่ต้องห่วงอะไร หนูจะสู้ต่อไป แม้ในวาระสุดท้ายพ่อก็ยังทำทุกอย่างเพื่อหนู อยากฝากถึงตำรวจให้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ จับคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ เพราะอยากรู้ว่าทำไมต้องมาทำกับพ่อ ทั้งที่พ่อไม่เคยมีปัญหากับใคร”
ลูกสาวยังกล่าวอีกว่า ปกติพ่อจะโทรศัพท์มาหาอยู่เสมอ แม้บางครั้งตนจะไม่ได้รับสาย และเมื่อได้พูดคุยกัน พ่อมักถามอยู่เสมอว่า “ไม่ห่วงพ่อบ้างหรือ” ซึ่งตนยอมรับว่าไม่ค่อยแสดงออกถึงความรักที่มีต่อพ่อมากนัก
ขณะที่ นางโสภา ภิญโญทรัพย์ ภรรยาผู้เสียชีวิต กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนไม่ทราบว่าสามีออกจากบ้านตั้งแต่เวลาใด เนื่องจากออกไปทำงานก่อน และสามีก็ไม่ได้บอกกล่าวอะไรไว้ มีลูกด้วยกัน 1 คน ขณะที่สามีมีลูกจากครอบครัวเดิมอีก 1 คน ซึ่งตนช่วยดูแลมาตลอด
นางโสภา กล่าวว่า หลังทราบข่าวรู้สึกช็อกอย่างมาก ปัจจุบันครอบครัวมีสวนยางพาราประมาณ 11 ไร่ และที่ดินบริเวณบ้านอีกไม่ถึง 1 ไร่ โดยเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา สามีเพิ่งขายที่ดินซึ่งเป็นสวนผลไม้ไป 1 แปลงไม่ถึงไร่ ในราคา 30,000 บาท เพื่อนำเงินไปส่งเสียลูกสาวเรียนหนังสือ สามีเป็นคนใจเย็น ขยันทำมาหากิน และห่วงลูกสาวมาก วันนี้เพื่อนๆ และคนในหมู่บ้านเดินทางมาร่วมงานจำนวนมาก เพราะทุกคนรักและเป็นห่วงเขา อยากให้ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ เพราะจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดจากอะไร
ส่วนทางด้านเพื่อนผู้เสียชีวิต ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ขณะรับจ้างถางป่าด้วยกัน เล่าว่า จากการประเมินของตน เชื่อว่าคนร้ายน่าจะซุ่มอยู่บริเวณโคนต้นยางพารา ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่เกิน 10 เมตร และน่าจะมาดักซุ่มรออยู่ก่อนหน้าแล้ว เนื่องจากก่อนเกิดเหตุ ตนและผู้ตายได้นั่งพักดื่มน้ำร่วมกัน โดยขณะเกิดเหตุ ตนกำลังใช้มีดพร้าถางป่าอยู่ห่างจากผู้ตายเพียงเล็กน้อย ส่วนผู้ตายไม่ได้มีท่าทีระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ เนื่องจากการรับจ้างถางป่าเป็นเพียงอาชีพเสริม นอกเหนือจากอาชีพหลักคือกรีดยางพารา
กระทั่งได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ตนจึงตะโกนถามผู้ตายว่าเสียงอะไรดังขึ้น แต่ไม่ได้รับคำตอบ เมื่อหันไปมองก็พบว่ามีเลือดไหลออกจากบริเวณใบหน้าของผู้ตาย และเห็นร่องรอยคล้ายถูกกระสุนปืน ก่อนที่ผู้ตายจะทรุดตัวลงกับพื้น
หลังจากนั้น ตนได้ถอยห่างออกมาประมาณ 10 เมตร และได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอีกหลายนัด จึงได้รีบวิ่งหนีออกจากจุดเกิดเหตุ
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยผลการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นพบว่า ผู้เสียชีวิตมีบาดแผลถูกยิงตามร่างกายมากกว่า 10 แผล ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดและเร่งคลี่คลายคดีอย่างต่อเนื่อง.



