เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวสุภาพร (นามสมมติ) แรงงานสาวชาวจังหวัดตาก เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ก่อนหน้านี้ได้พบประกาศรับสมัครคนงานตัดไม้ยางพาราผ่านเฟซบุ๊ก จึงตัดสินใจเดินทางมาสมัครงาน เนื่องจากครอบครัวกำลังประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก
เธอเล่าว่า สามีถูกศาลพิพากษาจำคุกในคดีนำพาแรงงานต่างด้าว เป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน และเพิ่งรับโทษมาได้ประมาณ 6 เดือน ทำให้ภาระการดูแลบุตรชายวัย 17 ปี และลูกคนเล็กวัย 7 ขวบ ตกอยู่กับเธอเพียงลำพัง
“ตอนนั้นมืดแปดด้านจริง ๆ ค่ะ ลูกก็กำลังเรียน สามีก็มาติดคุก เงินก็ไม่พอใช้ พอเห็นประกาศรับสมัครงานก็รีบตัดสินใจเดินทางมา หวังว่าจะมีรายได้ส่งกลับไปให้ลูก แต่เมื่อมาถึงกลับไม่มีงานอย่างที่ตกลงไว้ นายจ้างหายตัวไป พวกเราหลายคนถูกทิ้งให้อยู่ที่สถานีขนส่ง 2 วัน 2 คืน ไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อข้าวกิน ความหิวหนูยังพอทนได้ แต่ที่ทรมานที่สุดคือความเป็นห่วงลูก กลัวว่าจะไม่มีใครดูแล”
ท้ายที่สุด ความทุกข์ของเธอได้รับการช่วยเหลือ หลังเพจชื่อดังในพื้นที่ทราบเรื่องและประสานไปยังเจ้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตจังหวัดนครพนม เข้ารับตัวไปดูแลในเบื้องต้น พร้อมให้ความช่วยเหลือด้านที่พักและการดำรงชีพ
นางสาวสุภาพร กล่าวด้วยน้ำเสียงเปี่ยมความหวังว่า “ตอนนี้หนูไม่คิดอะไรแล้วค่ะ ขอแค่ได้กลับไปหาลูก ไปกอดลูกที่บ้านก็พอ ชีวิตเหมือนตกลงไปในเหว แต่หนูยังอยากกลับไปเริ่มต้นใหม่ เพื่อสู้ต่อเพื่อลูกทั้งสองคน”
ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างประสานความช่วยเหลือ เพื่อจัดหาค่าใช้จ่ายและส่งตัวนางสาวสุภาพรเดินทางกลับภูมิลำเนาที่จังหวัดตาก ให้ได้กลับไปพบครอบครัวและตั้งต้นชีวิตอีกครั้ง
เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้ที่กำลังมองหางานผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยควรตรวจสอบข้อมูลของผู้ว่าจ้าง บริษัท หรือแหล่งรับสมัครงานให้รอบคอบก่อนตัดสินใจเดินทางหรือทำธุรกรรมใด ๆ เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ และไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันซ้ำรอยกับผู้เสียหายรายนี้อีก



