เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. บริเวณถนนราชดำเนิน หน้าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พสกนิกรจำนวนมากเดินทางมาปักหลักรอรับเสด็จและถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ภายหลังจากสำนักพระราชวังออกประกาศข่าวการสิ้นพระชนม์อย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้ ได้มีการแจ้งเส้นทางเคลื่อนขบวนเชิญพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง โดยขบวนจะออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เลี้ยวซ้ายถนนอังรีดูนังต์ จากนั้นเลี้ยวขวาออกสู่ถนนพระราม 4 มุ่งหน้าแยกสามย่าน เมื่อถึงแยกสามย่านเลี้ยวขวาเข้าถนนพญาไท ถึงแยกพญาไทเลี้ยวซ้ายเข้าถนนศรีอยุธยา ผ่านอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

และผ่านวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนราชดำเนินนอก ถนนราชดำเนินกลาง ถนนราชดำเนินใน เลี้ยวขวาถนนหน้าพระลาน แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าประตูวิเศษไชยศรี มุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทาง โดยประชาชนส่วนใหญ่ที่มารวมตัวกันต่างสวมชุดไว้ทุกข์สีดำ พร้อมติดริบบิ้นสีดำ และถือพระฉายาลักษณ์เพื่อแสดงความอาลัย ท่ามกลางการดูแลความเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ตำรวจและจิตอาสาที่คอยอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง
ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์ น.ส.นกยูง ภิรมย์แก้ว อายุ 89 ปี พสกนิกรจากจังหวัดนครปฐม ผู้ซึ่งเดินทางมาเฝ้ารับเสด็จ บริเวณหน้าพระบรมมหาราชวัง โดยคุณยายกล่าวด้วยความโศกเศร้าว่า ทันทีที่ทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ผ่านประกาศสำนักพระราชวัง ก็รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง จนร้องไห้ออกมาด้วยความอาลัย จึงตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมาเพื่อมาเฝ้ารับเสด็จ พระองค์ท่านยังมีพระชนมายุน้อยและทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรง หากเป็นไปได้ตนเองปรารถนาจะขอไปแทนพระองค์ท่าน เพื่อให้พระองค์ท่านได้อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้แก่พสกนิกรชาวไทยต่อไป

พร้อมถ่ายทอดความประทับใจครั้งสำคัญในชีวิต เมื่อครั้งมีโอกาสเข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิด ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานอนุญาตเข้าสวมกอด ซึ่งพระองค์ท่านทรงพระเมตตาอนุญาตและโอบกอดตอบ ทั้งยังทรงมีพระกระแสรับสั่งอวยพรให้มีสุขภาพแข็งแรง ซึ่งคำอวยพรนั้น ถือเป็นมิ่งขวัญที่ทำให้คุณยายซาบซึ้งและภาคภูมิใจเป็นที่สุด
โดยตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 เป็นต้นมา ตนได้เดินทางมาเฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์อย่างต่อเนื่องด้วยความจงรักภักดี และยืนยันว่าการมาพักค้างคืนบริเวณพื้นที่ดังกล่าวตั้งแต่วันศุกร์ ไม่ได้มีความกังวลเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากเชื่อมั่นในพระบารมีปกเกล้าฯ และตั้งจิตอธิษฐานว่า ไม่ว่าจะในภพหรือชาติต่อไป ตนขอเกิดมาเป็นข้ารองพระบาทรับใช้พระองค์ท่านตลอดไป

ทางด้าน น.ส.สุวัลลีย์ อายุ 54 ปี ชาวกรุงเทพมหานคร เปิดเผยในนามของกลุ่มพสกนิกรผู้รักในสถาบันพระมหากษัตริย์ ว่า กลุ่มได้นัดหมายรวมตัวกันที่บริเวณหน้าพระบรมมหาราชวังตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อเฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ โดยสมาชิกในกลุ่มประกอบด้วยประชาชนจากหลากหลายสาขาอาชีพ ทุกคนต่างมีความรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากสถาบันพระมหากษัตริย์เปรียบเสมือนศูนย์รวมจิตใจของปวงชนชาวไทย พร้อมกล่าวถึงความประทับใจจากการเฝ้าฯ รับเสด็จอย่างใกล้ชิด
โดยเฉพาะในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ รวมถึงสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินออกจากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อทรงพบปะประชาชนอย่างใกล้ชิด ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาที่มีค่าและเป็นความทรงจำที่ตราตรึงอยู่ในใจของพสกนิกรทุกคนอย่างไม่เสื่อมคลาย.




