เมื่อเวลา 00.05 น. วันที่ 14 มิ.ย. 2569 ศูนย์วิทยุ สภ.เมืองนครสวรรค์ รับแจ้งเหตุใช้อาวุธปืนยิงกันภายในร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ใน ต.บ้านแก่ง อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต จึงประสานแจ้ง พ.ต.อ.ภูมิรพี ผลาภูมิ ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ พ.ต.ท.พรชัย ขุนพิลึกลือเดช รอง ผกก.สืบสวน นำกำลังฝ่ายสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.สวรรค์ประชารักษ์ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิเจ้าพ่อกวนอู-กู้ภัยนครสวรรค์

ที่เกิดเหตุภายในร้านบริเวณโซนอาหารแช่แข็งภายในร้าน พบศพนายวสันต์ (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี เสียชีวิตนอนจมกองเลือด มีบาดแผลถูกยิงที่ศีรษะ ใกล้กันพบปืนขนาด 9 มม.ตกอยู่ 1 กระบอก และกองเลือดอีกกองใหญ่ ทราบว่าเป็นเลือดของ น.ส.ธัญญาพัทธ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี ผู้จัดการร้านสะดวกซื้อดังกล่าว ถูกยิงที่ศีรษะและมีบาดแผลที่หัวไหล่ เพื่อนๆ ช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลไปก่อนหน้านี้แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา จึงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้าน พบว่า ช่วงเวลาก่อนเกิดเหตุ ฝ่ายหญิงกำลังยืนจัดเรียงสินค้าอยู่บริเวณโซนอาหารแช่แข็ง เมื่อฝ่ายชายได้เดินเข้าไปเห็นฝ่ายหญิงภายในร้าน ได้เดินเข้าไปพูดคุยก่อนสักพักใหญ่ จากนั้นจึงใช้อาวุธปืนที่พกมาจ่อยิงเข้าที่ศีรษะและไหล่ของฝ่ายหญิงทันที จนทำให้ฝ่ายหญิงล้มลงในที่เกิดเหตุ จากนั้นใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันยิงเข้าที่ศีรษะของตนเอง ก่อนล้มลงนอนจมกองเลือดอยู่ข้างร่างฝ่ายหญิง ท่ามกลางความตกใจของพนักงานและประชาชนที่อยู่ใกล้เคียง

อย่างไรก็ตาม จากแนวทางการสืบสวนทราบว่า นายวสันต์ เป็นลูกเขยเจ้าของอู่ซ่อมรถแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บ้านแก่ง และมีครอบครัวอยู่แล้ว แต่เกิดมาหลงรัก น.ส.ธัญญาพัทธ์ ซึ่งเป็นสาวหน้าตาดี โดยที่ผ่านมา เจ้าตัวพยายามติดต่อพูดคุยกับผู้จัดการสาวผ่านเฟซบุ๊ก รวมถึงมักเข้ามาพูดคุยภายในร้านเป็นประจำ แต่ฝ่ายหญิงไม่ตอบรับเยื่อใยใดๆ เนื่องจากมีคนรักอยู่แล้วเช่นกัน ส่วนก่อนเกิดเหตุทราบว่า นายวสันต์ ไปดื่มสุราที่ร้านอาหารในพื้นที่ ต.บางม่วง อ.เมืองนครสวรรค์ ก่อนมาก่อเหตุสลดดังกล่าว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ตรวจสอบประวัติความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่าย รวมถึงสอบปากคำพยานแวดล้อม เพื่อสรุปสาเหตุและลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างรอบคอบ เนื่องจากเป็นเหตุอุกฉกรรจ์ที่เกิดขึ้นในสถานที่สาธารณะ และสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างมาก