เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนโลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังเพจ Phuket Times ภูเก็ตไทม์ เผยแพร่เรื่องราวกรณีไรเดอร์รายหนึ่งเก็บโทรศัพท์มือถือของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้ แต่กลับมีการเรียกเงินตอบแทนเพื่อแลกกับการคืนโทรศัพท์ จนกลายเป็นประเด็นร้อนในสังคมออนไลน์

โดยเพจดังกล่าวระบุว่า นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้ทำโทรศัพท์มือถือสูญหาย ก่อนมีไรเดอร์รายหนึ่งเก็บได้ เมื่อมีการติดต่อขอรับคืน กลับถูกเรียกเงินจำนวน 5,000 บาทในช่วงแรก เพื่อแลกกับการนำโทรศัพท์มาคืน ก่อนจะมีการต่อรองราคากันไปมา

จากคลิปเสียงการสนทนาที่ถูกเผยแพร่ เป็นการพูดคุยระหว่างตัวแทนของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นคนไทยที่เข้ามาช่วยประสานงาน กับชายที่อ้างว่าเป็นผู้เก็บโทรศัพท์ได้ โดยมีการต่อรองจำนวนเงินจาก 5,000 บาท เหลือ 2,000 บาท และ 1,500 บาท ตามลำดับ

ช่วงหนึ่งของบทสนทนา ตัวแทนเจ้าของโทรศัพท์ได้สอบถามว่า หากไม่ต้องการจ่ายเงิน จะสามารถไปรับโทรศัพท์คืนที่ใดได้บ้าง ซึ่งชายดังกล่าวตอบว่า “ถ้าไม่จ่าย ก็จะทิ้งไว้ตรงนั้นแหละ แล้วให้ไปหาเอง”

เมื่อถูกถามต่อว่าจะนำไปวางไว้ที่ใด ชายคนดังกล่าวตอบว่า “ก็ไม่รู้ วางไว้ตรงไหนก็ตรงนั้นแหละ” พร้อมกล่าวว่า “ต้องให้ค่าน้ำใจด้วย มาจากถลาง ค่าน้ำมัน ไม่ให้ไม่ได้ น้ำใจอ่ะมีมั้ย” และยังระบุอีกว่า “ถ้าเอามือถือไปซัดทิ้ง ก็ไม่ได้สักบาท ไม่ได้อะไรเลย” พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ขโมยทรัพย์สินดังกล่าว

หลังคลิปและเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไป มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างดุเดือด โดยหลายคนมองว่าการเก็บทรัพย์สินได้แล้วกำหนดเงื่อนไขให้เจ้าของต้องจ่ายเงินเพื่อรับคืน เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และอาจกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต

ขณะที่บางส่วนเห็นว่า หากผู้เก็บทรัพย์สินมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพื่อนำของมาคืน เจ้าของทรัพย์อาจมอบสินน้ำใจให้ตามความเหมาะสมได้ แต่ไม่ควรเป็นการเรียกร้องหรือกำหนดเป็นเงื่อนไขในการคืนทรัพย์สิน

ทั้งนี้ มีความเห็นจากชาวเน็ตจำนวนมาก อาทิ “เจอแล้วให้ คือมีน้ำใจ เจอแล้วเรียกตังค์ คือยักยอกทรัพย์”, “งามไส้”, “คดีพลิกจากคนดีมีน้ำใจ กลายเป็นโจรเรียกค่าไถ่”, “จะติดคุกเอานะ”, “น้ำใจก็ควรมี ความดีก็ควรทำ โลกจะได้เดินหน้าได้” และ “ความดีไม่อยากได้ แต่อยากได้เงินมากกว่า ให้สักพันบาทเป็นสินน้ำใจก็พอ”

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นที่ถกเถียงในสังคมออนไลน์ โดยหลายฝ่ายเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป.

ขอบคุณ : เพจ Phuket Times