จากกรณี ส.ต.ต.นำทัพ ภาควรรธนะ อายุ 33 ปี ตำรวจสังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน ก่อเหตุใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงกลุ่มวินจักรยานยนต์รับจ้างบริเวณปากซอยประชาสงเคราะห์ 38 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 2 ราย ก่อนเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน พร้อมอาวุธปืนของกลาง โดยให้การว่าเคยถูกกลุ่มคู่กรณีรุมทำร้ายร่างกายก่อนเกิดเหตุ

ตกลงราคาไม่ได้! ตชด.คลั่งชักซิกซาวเออร์รัวยิงวินจักรยานยนต์ดินแดง ดับ 1 เจ็บ 2 ราย

ตชด.ปืนดุเปิดปมลั่นไกวินจยย. ‘ถูกรุมก่อน’ แจ้ง 3 ข้อหาส่งฝากขังพรุ่งนี้

ด่วน! สั่ง ‘ตชด.ปืนดุ’ ให้ออกราชการไว้ก่อน พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวน

ล่าสุด วันที่ 14 มิ.ย. นายเกิดผล แก้วเกิด หรือ “ทนายเกิดผล” ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ถึงประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่า ส่วนตัวมีความเห็นใจตำรวจตระเวนชายแดนรายนี้ในฐานะผู้ที่ถูกทำร้ายก่อน แต่ยังมีข้อกังขาทางกฎหมายเกี่ยวกับพฤติการณ์การใช้อาวุธปืนในช่วงท้ายของเหตุการณ์

ทนายเกิดผล ระบุอีกว่า หากเป็นกรณียิงผู้ที่เข้ามาทำร้ายหรือถีบล้ม อาจยังพอมีประเด็นให้ต่อสู้ในเรื่องการป้องกันตัวได้ แต่ในส่วนที่มีการยิงผู้เสียชีวิตจากด้านหลัง ขณะที่อีกฝ่ายกำลังวิ่งหลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุ ย่อมเป็นประเด็นสำคัญที่ศาลจะพิจารณาอย่างละเอียด

พร้อมตั้งคำถามว่า ในสถานการณ์ดังกล่าว ผู้ต้องหาจะนำเหตุผลใดมาอธิบายต่อศาล เนื่องจากขณะนั้นสภาพอันตรายหรือภยันตรายที่ใกล้จะถึงตัวตามหลักกฎหมายอาญาอาจสิ้นสุดลงแล้ว ทำให้การอ้างเหตุป้องกันตัวอาจเป็นไปได้ยาก

ทั้งนี้ ความเห็นดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสสังคมที่ยังติดตามคดีอย่างใกล้ชิด หลังตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พยายามฆ่าผู้อื่น และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุจำเป็น พร้อมเตรียมนำตัวส่งศาลเพื่อขออำนาจฝากขังดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.