นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้ประชุมหารือร่วมกับสมาคมนักบินไทย (THAIPA) เพื่อรับฟังสถานการณ์การจ้างงานนักบินไทยและปัญหาการจ่ายเงินเพื่อให้ได้งานบิน (Pay to Fly) โดยปัจจุบันภาพรวมอุตสาหกรรมการบิน พบว่า ภายหลังวิกฤติโควิด-19 อุตสาหกรรมการบินได้รับผลกระทบอย่างหนัก ส่งผลให้มีนักบินไทยว่างงานสะสม 1,736 คน และมีผู้ถือใบอนุญาตนักบินพาณิชย์ตรี (CPL) ที่รอการจ้างงานอีก 1,219 คน คิดเป็นมูลค่าการลงทุนด้านการศึกษาที่ไม่ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์กว่า 4,300 ล้านบาท

สาเหตุสำคัญเกิดจากการผลิตนักบินเกินความต้องการของตลาด การจ้างนักบินต่างชาติเข้ามาทำการบินในบางกรณี ช่องว่างของกฎหมายคุ้มครองแรงงานเฉพาะทาง รวมถึงการเกิดขึ้นของระบบ Pay to Fly ซึ่งเป็นรูปแบบการจ้างงานที่ผู้สมัครต้องรับภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมาก เพื่อแลกกับโอกาสในการเข้าทำงาน ส่งผลกระทบต่อความเป็นธรรมและโอกาสในการประกอบวิชาชีพนักบิน

นายภัทรพงศ์ กล่าวต่อว่า สมาคมนักบินไทยได้เสนอแนวทางแก้ไขทั้งระยะสั้น และระยะยาว อาทิ การกำหนดหลักเกณฑ์กำกับดูแลระบบ Pay to Fly ให้ชัดเจน การยกระดับมาตรฐานการจ้างงาน และสวัสดิการ การบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการใช้นักบินไทย การจัดตั้งช่องทางรับเรื่องร้องเรียน และคุ้มครองผู้แจ้งข้อมูล ตลอดจนการพัฒนาระบบควบคุมปริมาณการผลิตนักบินให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมการบิน ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง สร้างโอกาสการจ้างงานที่เป็นธรรม และสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินของประเทศอย่างยั่งยืน       

นายภัทรพงศ์ กล่าวอีกว่า กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรด้านการบิน ควบคู่กับการรักษามาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด โดยพร้อมรับข้อเสนอจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปพิจารณากำหนดมาตรการที่เหมาะสม อันจะช่วยสร้างความเป็นธรรมในการประกอบวิชาชีพนักบิน ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงอาชีพ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมการบินไทยในระยะยาว.