ณ หอประชุมเทศบาลเมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี แขวงทางหลวงเพชรบุรี ร่วมกับเทศบาลเมืองเพชรบุรี จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟทางหลวงหมายเลข 3177 สายเพชรบุรี – หาดเจ้าสำราญ จ.เพชรบุรี โดยมี พลกฤต พวงวลัยสิน ปลัดจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็น พร้อมด้วย นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี เขต 1 นายศรัณย์ เกตุทอง นายอำเภอเมืองเพชรบุรี นายกิตติพงษ์ เทพพานิช นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรี ร้อยตำรวจตรีกนกศักดิ์ มุทธากาญจน์ นายกเทศมนตรีตำบลต้นมะม่วง จ่าสืบเอกวัลลภ แจ่มจำรัส นายก อบต.โพไร่หวาน นายน้ำเพชร กิ่มสร้าง ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเพชรบุรี นายศราวุธ เริงฤทธิ์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทเพชรบุรี  ประชาชนในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองเพชรบุรี ตำบลต้นมะม่วง ตำบลโพไร่หวาน ร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นจำนวน 300 คน 

นายน้ำเพชร กิ่มสร้าง ผอ.แขวงทางหลวงเพชรบุรี กล่าวว่า การประชุมรับฟังความคิดเห็นโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟบนทางหลวงหมายเลข 3177 ตอน เพชรบุรี – หาดเจ้าสำราญ จ.เพชรบุรี ตามที่แขวงทางหลวงเพชรบุรีได้รับการประสานงานจากนางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี เรื่องการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณจุดตัดทางข้ามทางรถไฟบริเวณแยกถนนภูมิรักษ์เชื่อมต่อทางหลวงหมายเลข 3177 ถนนสายเพชรบุรี – หาดเจ้าสำราญ โดยได้มีการประชุมหารือรวมกับประชาชนในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองเพชรบุรีและพื้นที่ตำบลใกล้เคียงไปเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ที่ประมาชุมมีมติเห็นชอบในหลักการให้มีการก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟบริเวณจุดที่จะข้ามไปยังพื้นที่ตำบลโพไร่หวาน แขวงทางหลวงเพชรบุรีจึงได้นำผลการประชุมดังกล่าว ประสานไปยังสำนักสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวง เพื่อทำการศึกษา และออกแบบสะพานข้ามทางรถไฟบริเวณแยกถนนภูมิรักษ์ที่เชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 3177 สายเพชรบุรี – หาดเจ้าสำราญ จ.เพชรบุรี ซึ่งได้ดำเนินการออกแบบรูปแบบสะพานข้ามจำนวน 2 รูปแบบ ได้แก่ 1) สะพานข้ามทางรถไฟแบบเกือกม้า จำนวน 2 ฝั่ง ขนาด 2 ช่องจราจรทั้ง 2 ฝั่ง รวม 4 ช่องจราจร 2) สะพานข้ามทางรถไฟแบบข้ามตรง (Overpass) ขนาด 2 ช่องจราจรทั้ง 2 ฝั่ง รวม 4 ช่องจราจร

ทั้งนี้รูปแบบสะพานข้ามทางรถไฟทั้ง 2 รูปแบบ มีข้อดีและข้อด้อยที่แตกต่างกัน โดยรูปแบบที่ 1 สะพานข้ามทางรถไฟแบบเกือกม้า จำนวน 2 ฝั่ง ข้อดีคือ ไม่เสียพื้นที่ผิวการจราจรเดิม ไม่มีการเวนคืนที่ดิน เนื่องจากใช้เขตทางรถไฟดำเนินการก่อสร้างทั้งหมด ทัศนียภาพบริเวณชุมชนไม่เปลี่ยนแปลง ข้อด้อยคือ ระยะทางในการเดินทางเพิ่มขึ้น ผู้ขับขี่ต้องใช้ความเร็วในการเดินทางได้น้อยลง ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณทางแยกได้ ส่วนรูปแบบที่ 2 สะพานข้ามทางรถไฟแบบข้ามตรง (Overpass) ระยะทางในการเดินทางไม่เปลี่ยนแปลง ผู้ใช้ทางใช้ความเร็วในการขับขี่ได้ดี แก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณทางแยกภูมิรักษ์ได้ ข้อด้อยคือ ส่งผลกระทบต่อทัศนียภาพต่อชุมชนโดยรอบ เสียพื้นที่ผิวจราจรเดิมบางส่วน อาจมีการเวนคืนพื้นที่ติดแนวถนนเดิมเพื่อการก่อสร้าง อาจต้องจัดทำรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากใกล้บริเวณโบราณสถาน

เบื้องต้นผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่ง รวมถึงประชาชนในพื้นที่ได้แสดงความคิดเห็น มีทั้งเห็นด้วยกับสะพานข้ามทางรถไฟรูปแบบที่ 1 และรูปแบบที่ 2 เนื่องจากรูปแบบที่ 1 ดำเนินการก่อสร้างในเขตพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทยทั้งหมด ได้มีการเพิ่มช่องทางการจราจรเป็นฝั่งละ 2 ช่องทาง รวมเป็น 4 ช่องทาง โดยเบื้องต้นในที่ประชุมทั้งหมดมีมติเห็นด้วยกับรูปแบบที่ 1 ก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟแบบเกือกม้า จำนวน 2 ฝั่ง ขนาด 2 ช่องจราจรทั้ง 2 ฝั่ง 

ทั้งนี้ทางแขวงทางหลวงเพชรบุรี ร่วมกับสำนักสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวง ดำเนินการออกแบบเพื่อเสนอของบประมาณในการก่อสร้างจากกรมทางหลวง คาดว่าจะใช้งบประมาณในการก่อสร้างจำนวน 650 ล้านบาท ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง 3 ปี

ด้าน นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี เขต 1 กล่าวว่า โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟบนทางหลวงหมายเลข 3177 สายเพชรบุรี – หาดเจ้าสำราญ จะช่วยแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดทางแยกสัญญาไฟจราจรที่อยู่ติดกับจุดตัดทางรถไฟสายใต้ ที่มีลักษณะเป็นคอขวดบริเวณจุดตัดทางรถไฟ ซึ่งจะมีการขยายช่องทางการจราจรจาก 2 ช่องทางเป็น 4 ช่องทาง ที่สำคัญการก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟจะดำเนินการก่อสร้างบริเวณที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยทั้งหมด ไม่มีการเวนคืนที่ดินของพี่น้องประชาชน ไม่ส่งผลกระทบต่อการอยู่อาศัยและประกอบกิจการของบ้านเรือนทั้ง 2 ฝั่ง คือฝั่งเทศบาลเมืองเพชรบุรี และฝั่งตำบลโพไร่หวาน ส่วนการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณแยกภูมิรักษ์ในชั่วโมงเร่งด่วนนั้น จะดำเนินการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวมีหลายหน่วยงานทั้งเทศบาลเมืองเพชรบุรี แขวงทางหลวงชนบทเพชรบุรี หน่วยงานของกรมชลประทาน สถานีตำรวจภูธรเมืองเพชรบุรี และหน่วยงานพื้นที่ใกล้เคียงที่จะต้องแก้ไขปัญญานี้ร่วมกันต่อไป