จากกรณีเมื่อช่วงเช้าวันที่ 16 มิ.ย. 69 ที่ผ่านมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มอบหมายสั่งการให้กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ นำโดย ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผอ.กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ บูรณาการร่วมกับ 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดปฏิบัติการ “Shutdown the laundering“ ตรวจค้นเครือข่ายชักชวนลงทุนและซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาตในพื้นที่เป้าหมาย 24 จุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร โดยคาดว่าอาจมีนักการเมืองและบุคคลในวงการบันเทิงที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม จากปฏิบัติการตรวจค้น คณะพนักงานสอบสวนสามารถตรวจยึดทรัพย์สินมีมูลค่าได้เป็นจำนวนมาก เช่น เงินสดกว่า 65 ล้านบาท รถยนต์ซูเปอร์คาร์ 5 คัน ทองคำแท่ง โลหะเงินแท่ง เครื่องประดับ กระเป๋าแบรนด์เนม อาวุธปืน Hardware wallet คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ Server และเอกสารหลักฐานสำคัญที่เกี่ยวข้อง รวมถึงได้อายัดบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องกว่า 70 บัญชี ทั้งนี้ คณะพนักงานสอบสวนยังอยู่ระหว่างการขยายผล เพื่อจะได้สรุปผลการปฏิบัติการให้สาธารณชนรับทราบต่อไป ตามที่ได้มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. รายงานภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยกับทีมข่าวอาชญากรรมเดลินิวส์ ว่า สำหรับการเปิดปฏิบัติการ “Shutdown the laundering“ ตรวจค้นเครือข่ายชักชวนลงทุนและซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต เกิดขึ้นเนื่องจากที่ผ่านมาได้มีผู้เสียหายจำนวนหลายร้อยคนได้ถูกชักชวนลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศภายในแอปพลิเคชัน และเว็บไซต์ต่าง ๆ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับบริษัทนิติบุคคลหลายแห่ง โดยอ้างว่าลงทุนแล้วจะได้รับผลตอบแทนสูง แต่เมื่อเกิดความเสียหาย ไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่ถูกชักชวนลงทุนจริง จึงได้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษกับดีเอสไอและให้เบาะแสเพื่อให้ดีเอสไอทำการสอบสวน เพราะเนื่องจากในช่วงการลงทุนแรก ๆ ผู้เสียหายยังได้รับผลตอบแทนอยู่ปกติ จึงทำให้มีการระดมลงทุนเพิ่มเข้าไป แต่พอในช่วงหลัง มีการลงทุนมากขึ้น จำนวนผู้เสียหายเพิ่มมากขึ้น ตัวแอปพลิเคชันและเว็บไซต์กลับเริ่มไม่มีการจ่ายผลตอบแทนให้ผู้ลงทุนและเริ่มปิดตัวลง

เบื้องต้นคณะพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบปากคำพยานผู้เสียหายไปได้บางส่วนแล้ว และยังคงทยอยสอบปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติมต่อเนื่อง อีกทั้งยังได้มีการขยายผลตรวจสอบไปยังบริษัทนิติบุคคลหลายแห่งที่เข้ามาเกี่ยวข้อง จึงได้มีการกำหนดจุดตรวจค้นวานนี้ เพื่อเข้าไปรวบรวมพยานหลักฐานสำคัญ อย่างไรก็ตาม แผนประทุษกรรมในคดีนี้มีลักษณะคล้ายกับคดีดังในอดีตอย่าง แชร์ลูกโซ่ Forex-3D ที่เป็นคดีพิเศษของดีเอสไอก่อนหน้านี้ อนึ่ง สำหรับนักการเมืองคนดังที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลวงผู้เสียหายลงทุนครั้งนี้ พบว่าเป็นนักการเมืองที่ไม่ได้อยู่ในฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาล ส่วนวงการบันเทิงที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ถือเป็นบุคคลที่สังคมรู้จักแน่นอน

ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ในวันศุกร์ที่ 19 มิ.ย. นี้ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จะเป็นผู้นำทีมคณะทำงานกรมสอบสวนคดีพิเศษ และหน่วยงานบูรณาการเกี่ยวข้อง ตั้งโต๊ะแถลงผลการปฏิบัติการและสรุปรายงาน พร้อมกับจะมีการเปิดแผนผังรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองคนดัง และคนในวงการบันเทิง รวมถึงบริษัทนิติบุคคลเอกชน จำนวนมูลค่าความเสียหาย จำนวนผู้เสียหายทั้งหมด และพยานหลักฐานสำคัญที่ได้จากการตรวจค้นเครือข่ายดังกล่าวอีกด้วย.