เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ยังคงคึกคักต่อเนื่อง หลังโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เปิดให้ประชาชนเริ่มใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยตลอดระยะเวลากว่า 2 สัปดาห์ พบว่ามีการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจร้านอาหารและร้านกาแฟ-คาเฟ่ในพื้นที่ ที่ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากกำลังซื้อของประชาชน ซึ่งส่วนใหญ่นิยมใช้สิทธิในการซื้อเครื่องดื่มช่วงพักกลางวัน เช่น กาแฟสดหลากหลายเมนู ทั้งอเมริกาโน่คั่วเข้ม คั่วกลาง คั่วอ่อน รวมถึงมัทฉะและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ส่งผลให้ยอดขายของผู้ประกอบการหลายรายปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นางสาวอโนมา พนักงานร้านกาแฟในพื้นที่ เปิดเผยว่า หลังเริ่มโครงการไทยช่วยไทยพลัส ยอดขายของร้านปรับเพิ่มจากระดับหมื่นต้น ๆ เป็นหมื่นปลาย ๆ อย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากประชาชนมีกำลังซื้อและตัดสินใจใช้จ่ายง่ายขึ้น ส่งผลให้เงินหมุนเวียนในชุมชนดีขึ้นตามไปด้วย พร้อมทั้งมองว่าควรมีการขยายโครงการในระยะต่อไป เพื่อช่วยพยุงรายได้ของผู้ประกอบการรายย่อย
ขณะที่นายโยธิน ผู้ใช้สิทธิในโครงการ กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวช่วยกระตุ้นกำลังซื้อได้จริง และทำให้ระบบเศรษฐกิจในพื้นที่มีความคึกคักมากขึ้น อย่างไรก็ตาม มองว่าผลของโครงการยังเป็นเพียงระยะสั้น เนื่องจากเมื่อวงเงินสนับสนุนหมดลง พฤติกรรมการใช้จ่ายอาจกลับสู่ภาวะปกติ จึงเสนอให้พิจารณาขยายระยะเวลาโครงการจนถึงสิ้นปี
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” มีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อย และสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เป็นมาตรการสนับสนุนรูปแบบ 60/40 โดยภาครัฐร่วมสนับสนุน 60% และประชาชนจ่าย 40% ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” โดยผู้ได้รับสิทธิจะได้รับวงเงินสนับสนุน 1,000 บาทต่อเดือน รวมสูงสุด 4,000 บาทตลอดโครงการ และไม่สามารถนำวงเงินคงเหลือสะสมไปใช้ในเดือนถัดไปได้



