เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 นายอนันต์ เพ็ชร์หนู ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 1 (สทนช.ภาค 1) นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ในกิจกรรมสร้างการรับรู้ผ่านสื่อ ครั้งที่ 1 โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำสาละวิน ปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ. 2566 – 2580) เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับแนวคิดการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) ที่ สทนช. นำมาใช้ปรับปรุงแผนแม่บทฯ ลุ่มน้ำสาละวิน โดยประสานเชื่อมสื่อมวลชนในการประชาสัมพันธ์ ขยายผลการรับรู้ และเชิญชวนให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน เข้ามามีบทบาทในการร่วมกำหนดทิศทางและวางอนาคตในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ รวมถึงร่วมสะท้อนข้อเท็จจริงของสถานการณ์น้ำและปัญหาด้านทรัพยากรน้ำในพื้นที่ต้นแบบ รวมทั้งการรับฟังข้อเสนอแนะของภาคประชาชนในพื้นที่จริง

ผอ.สทนช.ภาค 1 กล่าวว่า สทนช. ได้ดำเนินโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทลุ่มน้ำสาละวินฉบับปรับปรุงนี้ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มีความสมบูรณ์ สอดคล้องพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 และรองรับทิศทางการพัฒนาประเทศในระยะยาว โดยการปรับปรุงแผนในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ได้เห็นชอบ (ร่าง) แผนแม่บทฯ ทั้ง 22 ลุ่มน้ำ เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2567 และมีข้อเสนอแนะให้เพิ่มความครบถ้วนในด้านเป้าหมาย ตัวชี้วัด และแนวทางการพัฒนาที่ชัดเจน โดยบูรณาการกระบวนการ SEA เข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญในการกำหนดทิศทาง เพื่อให้การวางแผนเกิดความสมดุล โปร่งใส พิจารณาทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน และไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรวมถึงวิถีชีวิตของชุมชน

สำหรับลุ่มน้ำสาละวิน ถือเป็นลุ่มน้ำชายแดนที่สำคัญของประเทศ มีเนื้อที่ประมาณ 19,105 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของจังหวัดตาก แม่ฮ่องสอน และเชียงใหม่ ประกอบด้วย 22 ลุ่มน้ำสาขา มีแม่น้ำสายหลักคือ แม่น้ำเมย แม่น้ำยวม และแม่น้ำปาย ที่ไหลลงสู่แม่น้ำสาละวิน ด้วยสภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่ที่เป็นภูเขาสูงชันและอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ ทำให้ภูมิภาคนี้เผชิญปัญหาซับซ้อน ทั้งปัญหาน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งในช่วงฤดูฝน รวมทั้งปัญหาภัยแล้ง การขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ในพื้นที่นอกเขตชลประทาน ตลอดจนการชะล้างพังทลายของดิน และข้อจำกัดในการพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำ

สทนช. จึงได้เร่งศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้าน ทั้งการประเมินศักยภาพแหล่งน้ำต้นทุน และการวิเคราะห์สมดุลน้ำในปัจจุบันและอนาคต เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการใช้น้ำในทุกภาคส่วน ทั้งเพื่อการอุปโภคบริโภค การเกษตร การท่องเที่ยว และภาคอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับการรองรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ การป้องกันภัยพิบัติทางน้ำ และการฟื้นฟูระบบนิเวศต้นน้ำอย่างยั่งยืน

“การนำกระบวนการ SEA เข้ามาขับเคลื่อนในครั้งนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันออกแบบอนาคตลุ่มน้ำสาละวินในอีก 15 ปีข้างหน้า โดยเราจะไม่เริ่มจากการตั้งเป้าว่าจะพัฒนาโครงการโครงสร้างพื้นฐานใดๆ เป็นตัวตั้ง แต่จะเริ่มต้นด้วยการนำข้อจำกัดและศักยภาพด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนวิถีชีวิต อัตลักษณ์ และความต้องการของชุมชนมาเป็นกรอบคิดเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกันก่อน เพื่อสกัดออกมาเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการพัฒนาและจัดทำแผนแม่บทฯ ที่สมดุลและยั่งยืนอย่างแท้จริง” ผอ.สทนช.ภาค 1 กล่าวทิ้งท้าย



