เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 69 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ออกแถลงการณ์ชี้แจงความคืบหน้าการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน เพื่อแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนเรื้อรังระหว่างเขตป่ากับที่อยู่อาศัยและที่ทำกินของราษฎรตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566

โดยล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2569 ได้พิจารณาแนวทางดำเนินงานอย่างรอบคอบ บนหลักการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติควบคู่ไปกับการดูแลคุณภาพชีวิตและความเป็นธรรมต่อประชาชน โดยมีมติเห็นชอบให้เพิกถอนพื้นที่รวม 155,865.47 ไร่ ออกจากเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน เนื่องจากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นพื้นที่ที่หน่วยงานของรัฐได้จัดสรรให้เป็นที่อยู่อาศัยและทำกินแก่ราษฎรมาก่อนการประกาศเป็นเขตอุทยานฯ

ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ทับซ้อนเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. เดิม จำนวน 53,416.47 ไร่ พื้นที่ตามโครงการหมู่บ้านตัวอย่างไทยสามัคคี จำนวน 8,328 ไร่ และพื้นที่โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงเฉพาะพื้นที่ หรือ พมพ. ร่วมกับโครงการจัดสรรที่ดินทำกินแก่ราษฎรผู้ยากไร้ในพื้นที่ป่าสงวนเสื่อมโทรม หรือ คจก. อีกจำนวน 87,500 ไร่ ซึ่งทั้งหมดนี้จะถูกส่งมอบให้ ส.ป.ก. นำไปดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดิน

ในส่วนของพื้นที่ที่ยังไม่ออกใบ ส.ป.ก. 4-01 จะปรับใช้วิธีการออกเป็น ส.ป.ก. แปลงรวม ตามแนวทางของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือ คทช. ซึ่งผู้รับสิทธิจะต้องมีคุณสมบัติถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ราชพัสดุจำนวน 6,621 ไร่ ที่ใช้เป็นสนามฝึกซ้อมรบในราชการทหารมาตั้งแต่ก่อนประกาศเขตอุทยานฯ ซึ่งจะส่งมอบให้กรมธนารักษ์ดูแลเพื่อใช้ในราชการทหารต่อไป

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมมีมติให้คงสถานะเป็นอุทยานแห่งชาติทับลานตามเดิมสำหรับพื้นที่ป่าสมบูรณ์อีกจำนวน 109,420.99 ไร่ ซึ่งอยู่นอกเขตโครงการจัดสรรของรัฐ เพื่อรักษาผืนป่าต้นน้ำที่สำคัญของประเทศเอาไว้ โดยในส่วนของประชาชนที่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่เขตนี้เดิมและได้รับความเดือดร้อน จะเข้าสู่กระบวนการสำรวจและพิสูจน์สิทธิ์การครอบครองที่ดินตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ภายใต้มาตรา 64 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 เพื่อให้อยู่อาศัยและทำกินได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายต่อไป

แต่สำหรับกลุ่มทุนหรือผู้บุกรุกป่าที่มีคดีความติดตัวอยู่จำนวน 450 คดีในพื้นที่ส่วนนี้ กรมอุทยานฯ ยืนยันว่าจะไม่มีการละเว้นและจะเดินหน้าดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ กรมอุทยานฯ ยังได้จับมือกับกรมป่าไม้เตรียมลงพื้นที่สำรวจความเหมาะสมของพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติอีกจำนวน 86,966.29 ไร่ อย่างละเอียดรอบคอบอีกครั้ง เพื่อพิจารณาเสนอขยายเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานเพิ่มเติมในอนาคต ซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวและการอนุรักษ์ให้กับประเทศ

ส่วนข้อกังวลในเรื่องการคุ้มครองเจ้าหน้าที่ภาคสนามจากการปฏิบัติหน้าที่จับกุมดำเนินคดีตามมติ ครม. นั้น คณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีคำวินิจฉัยรองรับและให้ความเห็นไว้แล้วว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการปฏิบัติงานตามหน้าที่ จึงไม่ถือเป็นการละเมิดและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอยืนยันว่าการดำเนินการปรับปรุงแนวเขตและการบริหารจัดการพื้นที่ทั้งหมดในครั้งนี้ ไม่ใช่การเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุน แต่มีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างตรงจุด โดยยึดมั่นในหลักกฎหมาย ความเป็นธรรม และผลประโยชน์สูงสุดของทรัพยากรธรรมชาติและส่วนรวมเป็นสำคัญ