นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้อำนวยการ สถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจอาชีพในฝันของเด็กรุ่นใหม่ และสถานภาพของกลุ่ม Gen Z ปี 69 ที่สำรวจจากกลุ่มตัวอย่าง 849 คนทั่วประเทศ อายุระหว่าง 13-28 ปี วันที่ 19-24 มี.ค. 69 ว่า ผลสำรจพบว่า อาชีพในฝันอันดับ 1 คือ หมอ พยาบาล ซึ่งจากการสำรวจปีก่อนอยู่อันดับ 3 สะท้อนการเปลี่ยนแปลงทางความใฝ่ฝันของคนรุ่นใหม่ ส่วนอันดับ 2-10 คือ 2.ทนายความ อัยการ 3.วิศวกร/โปรแกรมเมอร์ 4.อินฟลูเอนเซอร์ สตรีมเมอร์ ยูทูบเบอร์ 5.ทหาร 6.นักกีฬา 7.ครู อาจารย์ ติวเตอร์ 8.ธุรกิจส่วนตัว เจ้าของกิจการ 9.นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ และ10.นักออกแบบกราฟิก โดยอาชีพใหม่ที่ติดอันดับ Top 10 ในปีนี้ ได้แก่ วิศวกร/โปรแกรมเมอร์ (3) นักกีฬา (6) และนักวิจัย/นักวิทยาศาสตร์ (9) สะท้อนแนวโน้มที่คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์มากขึ้น

สำหรับปัจจัยที่มีอิทธิผลต่อการเลือกอาชีพมากที่สุด คือ บรรยากาศการทำงานที่ดีและยืดหยุ่น มีผู้ตอบมากถึง 71.1% ตามด้วยสวัสดิการที่ครอบคลุม 65.3% และอิสระในการทางาน/ความคิดสร้างสรรค์ 63.8% โดยคนรุ่นใหม่ให้น้ำหนักกับคุณภาพชีวิตและสภาพแวดล้อมการทำงาน มากกว่าเพียงแค่รายได้อย่างเดียว ขณะที่เมื่อถามถึงองค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากทำงานด้วย พบว่า อันดับ 1 คือ ภาคเอกชน มีผู้ตอบมากถึง 42.6% รองลงมาเป็นข้าราชการ 27.5% และทำงานที่บ้าน 23.0% ชี้ให้เห็นถึงความต้องการความยืดหยุ่นและความสมดุลในชีวิตการทำงาน ความยากในการหางาน และอุปสรรคในตลาดแรงงาน

“แม้ผู้ตอบ 61.3% เชื่อว่า ตนมีโอกาสได้ทำงานในสายอาชีพที่ฝัน แต่มากถึง 61.5% กลับมองว่า ตลาดแรงงานปัจจุบัน “ยากมาก” โดยอุปสรรคหลัก คือ ขาดประสบการณ์ การแข่งขันสูง และทักษะที่ยังไม่โดดเด่น”

เมื่อสำรวจถึงปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลาออกจากงานพบว่า อันดับแรกเป็นสังคมในที่ทำงานมีความ Toxic ชอบนินทา อันดับสองเงินเดือนไม่คุ้มกับความเหนื่อย หรือปริมาณที่ทำ อันดับ 3 สวัสดิการเงินเดือน และโบนัส ไม่เป็นไปตามคาดหวัง อันดับ 4 ไม่เห็นความก้าวหน้า อันดับ 5 งานกระทบเวลาส่วนตัว ไม่มีเวลาใช้ชีวิต (Burnout) อันดับ 7 รู้สึกไม่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ อันดับ 7 หัวหน้าชอบจี้งาน ไม่ให้อิสระ ไม่เปิดรับฟังความเห็น

นายวชิร กล่าวต่อว่า เมื่อถามถึงสถานะทางการเงินและพฤติกรรมการออมของ Gen Z พบว่า รายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 12,024 บาทต่อเดือน โดยมากถึง 85% ได้รับเงินจากผู้ปกครองเป็นหลัก ขณะที่รายจ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 10,862 บาทต่อเดือน และที่น่าเป็นห่วง คือ มากถึง 73.5% ยังไม่มีการออมเงิน หรือการลงทุนใดๆ นอกจากนี้ ยังพบว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของ Gen Z อย่างเต็มตัว โดย 60.9% ระบุ AI มีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตมาก และ 57.0% ใช้ AI ทุกวัน ซึ่งการใช้งานหลัก ได้แก่ การค้นหาข้อมูล การคิดไอเดียสร้างสรรค์ และการสรุปเนื้อหา

“อย่างไรก็ตาม Gen Z มองว่า ทักษะที่จำเป็นที่สุดสำหรับการทำงานในปัจจุบัน อันดับ 1 คือ ทักษะด้านภาษา มีผู้ตอบมากถึง 23.0% ตามด้วยทักษะการคิดและวิเคราะห์ 17.4% และทักษะการสื่อสาร/การทำงานร่วมกัน 14.5% ขณะที่สิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนด้านการศึกษา ประกอบด้วย การศึกษาทั่วถึงและลดภาระค่าใช้จ่าย การเข้าถึงการศึกษาคุณภาพอย่างเท่าเทียม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการเรียนรู้ และการปรับปรุงหลักสูตรให้ทันสมัย สอดคล้องกับยุคดิจิทัล”