สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ว่า ย้อนกลับไปเกือบ 107 ปีก่อน เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2462 ประธานาธิบดีวูดโรว์ วิลสัน ผู้นำสหรัฐในขณะนั้น ลงนามในสนธิสัญญาแวร์ซายส์ เพื่อยุติสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ที่พระราชวังแวร์ซายส์ ในกรุงปารีสของฝรั่งเศส โดยมีฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐ ร่วมลงนามเป็นสักขีพยาน สนธิสัญญาดังกล่าวถือเป็นการยุติสงครามที่ยืดเยื้อระหว่างเยอรมนีกับฝ่ายสัมพันธมิตรอย่างเป็นทางการ หลังการสู้รบยาวนาน 4 ปี


อย่างไรก็ตาม สนธิสัญญาฉบับนี้เผชิญกับปัญหาตั้งแต่กระบวนการจัดทำ เนื่องจากเงื่อนไขต่าง ๆ ถูกกำหนดให้เยอรมนียอมรับ มากกว่าจะเป็นผลที่มาจากการเจรจา


เงื่อนไขสำคัญของสนธิสัญญาแวร์ซายส์ รวมถึงการที่เยอรมนียอมรับความรับผิดชอบต่อการเริ่มต้นสงคราม การสูญเสียดินแดนมหาศาล การจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามเกือบ 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 163,290 ล้านบาท) การสูญเสียอาณานิคมโพ้นทะเลทั้งหมด และการถูกจำกัดขนาดกองทัพอย่างเข้มงวด


คณะผู้แทนของเยอรมนีประท้วงเงื่อนไขดังกล่าวอย่างหนัก และยอมลงนามในสนธิสัญญาเพียงเพราะถูกขู่ว่า ฝ่ายสัมพันธมิตรจะเปิดฉากรุกรานภายในหนึ่งสัปดาห์ หากปฏิเสธการลงนาม


ต่อมา ฮิตเลอร์ใช้ความไม่พอใจของชาวเยอรมันที่มีต่อสนธิสัญญาแวร์ซายส์ เป็นเครื่องมือสร้างฐานสนับสนุนทางการเมือง และหลังขึ้นสู่อำนาจ ฮิตเลอร์เพิกเฉยต่อเงื่อนไขของข้อตกลงดังกล่าว พร้อมเดินหน้าฟื้นฟูกำลังทหารของเยอรมนี


ผลงานสำคัญของวิลสันจากสนธิสัญญาฉบับนี้ คือการก่อตั้งสันนิบาตชาติ แต่แนวคิดดังกล่าวกลับเผชิญกับแรงต่อต้านจากสภาคองเกรสและประชาชนจำนวนมาก ซึ่งกังวลว่า สหรัฐอาจถูกดึงเข้าสู่สงครามในต่างประเทศอีก


ทั้งนี้ การลงมติให้สัตยาบันสนธิสัญญาโดยสภาคองเกรสล้มเหลวถึงสองครั้ง ในปี 2462 และ 2463 ส่งผลให้สนธิสัญญาแวร์ซายส์ไม่สามารถมีผลบังคับใช้ในสหรัฐได้ และต่อมาในปี 2464 รัฐบาลวอชิงตันต้องลงนามในข้อตกลงสันติภาพแยกต่างหากกับเยอรมนี


วิลสันเดินสายรณรงค์ทั่วประเทศอย่างหนัก เพื่อผลักดันให้ชาวอเมริกันสนับสนุนการให้สัตยาบันต่อสนธิสัญญาแวร์ซายส์ แต่การเดินทางมากกว่า 10,000 ไมล์ หรือราว 16,000 กิโลเมตร ในช่วงฤดูร้อนของปี 2462 ทำให้สุขภาพของผู้นำสหรัฐทรุดโทรมอย่างมาก


ท้ายที่สุด เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2462 วิลสันประสบภาวะโรคหลอดเลือดสมองอย่างรุนแรง จนร่างกายทรุดโทรมและไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ตลอดช่วงเวลาที่เหลือของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES