เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้โพสต์ข้อความให้ความรู้เรื่องสุขภาพลงในเพจหมอเจด ระบุว่า
บางคนงดหมูสามชั้น งดของทอด งดมันทุกอย่างแล้ว แต่พอตรวจเลือด ไตรกลีเซอไรด์ยังสูงอยู่ แบบนี้อย่าเพิ่งงงครับ เพราะไตรกลีเซอไรด์ไม่ได้ขึ้นจาก “ของมัน” อย่างเดียว ตัวเร่งตัวใหญ่จริง ๆ หลายครั้งคือ น้ำตาล แป้ง น้ำหวาน แอลกอฮอล์ พุง และอินซูลินที่ทำงานแย่ลง พูดง่าย ๆ คือคุณอาจงดมันถูกแล้ว แต่ยังเติมวัตถุดิบให้ตับเอาไปสร้างไขมันอยู่ทุกวัน
1 จุดพลาดแรก: งดมัน แต่ยังไม่งด “หวาน”
ไตรกลีเซอไรด์นี่ต้องเข้าใจใหม่ครับ มันไม่ได้มาจากไขมันในจานอย่างเดียว แต่ร่างกายสามารถเอา น้ำตาลและแป้งส่วนเกิน ไปเปลี่ยนเป็นไตรกลีเซอไรด์ที่ตับได้ เพราะฉะนั้นคนที่บอกว่า “หมอ ผมไม่กินของมันเลย” แต่ยังมีชาเย็น กาแฟหวาน น้ำผลไม้ ขนมปัง เค้ก ข้าวขาวจานใหญ่ หรือผลไม้หวานเยอะ ๆ ทุกวัน ไตรกลีเซอไรด์ก็ยังพุ่งได้ครับ
ลองเช็กตัวเองง่าย ๆ แบบนี้
• ดื่มกาแฟหวาน ชานม น้ำหวานทุกวันไหม ?
• กินข้าว/เส้น/ขนมปังเยอะกว่ากับข้าวไหม ?
• ชอบกินขนมหลังอาหารไหม ?
• ดื่มน้ำผลไม้แทนผลไม้ทั้งลูกไหม ?
ถ้ามีหลายข้อ ต่อให้งดของทอด ไตรกลีเซอไรด์ก็ยังลงยากครับ
.
2 จุดพลาดที่สอง: กินแป้งเยอะตอนเย็น แล้วนอนเลย
มื้อเย็นเป็นมื้อที่ทำไตรกลีเซอไรด์พุ่งได้ง่ายมากครับ เพราะหลังจากนั้นหลายคนแทบไม่ได้ใช้พลังงานแล้ว กินข้าวเยอะ ก๋วยเตี๋ยวชามใหญ่ ขนมต่อท้าย แล้วไปนั่งดูทีวีหรือนอนเลย ตับก็รับงานต่อเต็ม ๆ พลังงานที่ใช้ไม่หมด โดยเฉพาะจากแป้งและน้ำตาล จะถูกแปลงเก็บเป็นไขมันได้ง่ายขึ้น และหนึ่งในนั้นคือไตรกลีเซอไรด์ครับ
ลองปรับแบบไม่ต้องทรมาน
• ลดข้าว/เส้นมื้อเย็นลงก่อน 20–30%
• เพิ่มโปรตีน เช่น ปลา ไข่ ไก่ เต้าหู้
• เพิ่มผักให้เยอะขึ้น
• เดินหลังอาหารเย็น 10–15 นาที
• เลี่ยงของหวานหลังมื้อเย็น
อย่าคิดว่าเดินนิดเดียวไม่มีผลนะครับ สำหรับคนไตรกลีเซอไรด์สูง เดินหลังอาหารช่วยให้กล้ามเนื้อดึงน้ำตาลไปใช้ ลดภาระตับได้ดีมาก
.
3 จุดพลาดที่สาม: ดื่มแอลกอฮอล์ แต่ลืมนับเป็นตัวเร่งไขมัน
แอลกอฮอล์นี่ตัวดีเลยครับ โดยเฉพาะเบียร์ เหล้า ไวน์ ค็อกเทล หรือดื่มพร้อมกับกับแกล้มมัน ๆ เค็ม ๆ หลายคนงดของทอดได้ แต่ยังดื่มทุกสัปดาห์ แล้วไตรกลีเซอไรด์ไม่ลงสักที แอลกอฮอล์ทำให้ตับต้องเอาเวลาไปจัดการแอลกอฮอล์ก่อน พอมีน้ำตาล แป้ง หรือพลังงานส่วนเกินร่วมด้วย ตับก็ยิ่งสร้างไตรกลีเซอไรด์ง่ายขึ้น ถ้าดื่มบ่อย ไขมันพอกตับก็มีโอกาสตามมาด้วยครับ
สัญญาณว่าตับเริ่มรับภาระหนัก
• ไตรกลีเซอไรด์สูงร่วมกับพุงยื่น
• ค่าตับเริ่มสูง
• ง่วง เพลียง่าย
• น้ำหนักลงยาก
• มีไขมันพอกตับจากอัลตราซาวด์
ถ้าไตรกลีเซอไรด์สูงอยู่แล้ว การลดแอลกอฮอล์มักเห็นผลชัดกว่าที่หลายคนคิดครับ
.
4 จุดพลาดที่สี่: พุงยังอยู่ อินซูลินยังดื้อ ไตรกลีเซอไรด์เลยยังสูง
อันนี้สำคัญมากครับ บางคนกินดีขึ้นแล้ว แต่นอนน้อย เครียด พุงยังเยอะ ไม่ค่อยมีมวลกล้ามเนื้อ และน้ำตาลหลังอาหารยังแกว่ง แบบนี้ไตรกลีเซอไรด์ก็ยังสูงได้ เพราะมันมักเดินมาพร้อมภาวะ ดื้ออินซูลิน พูดง่าย ๆ คืออินซูลินทำงานไม่ดี ตับก็จัดการน้ำตาลกับไขมันรวนขึ้น ไตรกลีเซอไรด์เลยขึ้นง่าย โดยเฉพาะคนที่มีพุง ไขมันพอกตับ HDL ต่ำ หรือน้ำตาลเริ่มสูง
ถ้ามีแพ็กนี้ ต้องระวังมากขึ้น
• รอบเอวผู้ชายเกินประมาณ 90 ซม.
• รอบเอวผู้หญิงเกินประมาณ 80 ซม.
• ไตรกลีเซอไรด์สูง
• HDL ต่ำ
• น้ำตาลเริ่มแกว่ง
• ไขมันพอกตับ
• ง่วงหลังอาหาร หิวหวานบ่อย
กลุ่มนี้อย่าแก้แค่ “งดมัน” ครับ ต้องแก้ทั้งน้ำตาล แป้ง การนอน กล้ามเนื้อ และพุงไปพร้อมกัน
.
ถ้าอยากให้ไตรกลีเซอไรด์เริ่มลง ลองทำ 7 วันนี้ก่อน
1. ตัดน้ำหวานทุกชนิด รวมถึงน้ำผลไม้
2. ลดข้าว เส้น ขนมปัง โดยเฉพาะมื้อเย็น
3. เพิ่มโปรตีนทุกมื้อ เช่น ไข่ ปลา ไก่ เต้าหู้
4. เพิ่มผักและไฟเบอร์ให้มากขึ้น
5. เดินหลังอาหาร 10–15 นาที อย่างน้อยวันละ 1 มื้อ
6. งดหรือลดแอลกอฮอล์จริงจัง
7. นอนให้พอ เพราะนอนพัง อินซูลินก็มักพังตาม
ไตรกลีเซอไรด์สูงไม่ได้แก้ด้วยการงดของมันอย่างเดียวครับ ถ้ายังมีน้ำหวาน แป้งเยอะ แอลกอฮอล์ พุง และดื้ออินซูลินอยู่ ตับก็ยังมีวัตถุดิบไปสร้างไขมันได้เรื่อย ๆ อย่าโทษตัวเองว่า “ทำไมงดมันแล้วยังไม่ลง” ให้ลองเช็กว่าพลาดตรงไหนใน 4 ข้อนี้ แล้วค่อย ๆ ปรับให้ตรงจุด ถ้าทำต่อเนื่อง ไตรกลีเซอไรด์มักเริ่มขยับลงได้ครับ ใครมีคำถาม หรืออยากให้ผมเขียนความรู้เรื่องอะไรคอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับ



