เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 18 มิ.ย. ที่ผ่านมา เวลา 17.45 น. (ตามเวลาท้องถิ่นเมืองคาซานซึ่งช้ากว่าไทย 4 ชั่วโมง) ที่ห้องหารือทวิภาคี 3 อาคาร Pavilion A2 ศูนย์การประชุมนานาชาติคาซาน เมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้หารือทวิภาคีกับนายวลาดิมีร์ ปูติน (H.E. Mr. Vladimir Putin) ประธานาธิบดีสหพันธรัฐรัสเซีย ในโอกาสเข้าร่วมการประชุม ASEAN-Russia Commemorative Summit  โดยนายกฯ รู้สึกยินดีที่ได้พบประธานาธิบดีรัสเซียและชื่นชมการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมฯ ครั้งนี้ และเน้นย้ำว่ารัสเซียเป็นมิตรประเทศสำคัญที่มีความสัมพันธ์อันยาวนานกับไทยทุกระดับ ด้านประธานาธิบดีรัสเซียยินดีที่ทั้งสองประเทศมีความร่วมมือที่ใกล้ชิด และทั้งสองประเทศเตรียมเฉลิมฉลองครบรอบ 130 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-รัสเซีย ในปี 2570 

ทั้งนี้ รัสเซียจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-รัสเซีย (Thai-Russian Joint Commission) ครั้งที่ 9 ณ กรุงมอสโก ในเดือน ส.ค. 2569 ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงความร่วมมือต่างๆ ดังนี้ 1.ด้านการเมืองและความมั่นคง นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไทยให้ความสำคัญกับรัสเซียซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจที่มีบทบาทสำคัญของโลก และพร้อมกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือในทุกระดับ ทั้งระดับทวิภาคี ภูมิภาค และพหุภาคี 

ทั้งสองฝ่ายยังหารือถึงผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อความมั่นคงด้านพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน โดยไทยขอบคุณรัสเซียที่จะให้การสนับสนุนพลังงานสะอาด ก๊าซ LNG และสินค้าจำเป็น เช่น ปิโตรเคมี ปุ๋ย และเห็นพ้องในการขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงทุกมิติ ซึ่งครอบคลุมด้านการทหาร ด้านสารสนเทศ ด้านสาธารณสุข รวมถึงด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการศึกษา

2.ด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าไทยและรัสเซียมีศักยภาพที่จะส่งเสริมการค้าระหว่างกันได้อีกมาก โดยปัจจุบันมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศอยู่ที่ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือว่ายังไม่สะท้อนกับโอกาสทางธุรกิจที่ควรจะเป็น ทั้งนี้สภาธุรกิจไทย-รัสเซีย สนใจขยายการค้าการส่งออกสินค้าอุปโภค บริโภค และแสวงหาโอกาสความร่วมมือใหม่ๆ สำหรับในส่วนของรัฐบาลจะเดินหน้าการเจรจาจัดทำ FTAไทยกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (EAEU) เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า การลงทุน และการเข้าถึงตลาดระหว่างไทย รัสเซีย และประเทศสมาชิก EAEU อื่นๆ

นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้กล่าวถึงผลสำเร็จของการประชุม Russian-Thai Investment Forum ที่มีผู้แทนไทยทั้งจากภาครัฐและภาคธุรกิจได้เข้าร่วมเมื่อปีที่แล้ว และจะจัดขึ้นที่กรุงเทพ ในเดือน ต.ค. ปีนี้ ซึ่งช่วยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจของทั้งสองฝ่ายได้สร้างเครือข่ายและขยายความร่วมมือทางๆ เศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม 3.ความร่วมมือในเวทีพหุภาคี นายกรัฐมนตรีขอบคุณที่รัสเซียให้การสนับสนุนการทำงานของอาเซียน และชื่นชมบทบาทที่สร้างสรรค์ของรัสเซียในกรอบความร่วมมือเอเปค โดยเฉพาะการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล นวัตกรรม ความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน ตลอดจนการพัฒนาที่ยั่งยืนและครอบคลุม 

ทั้งนี้ ไทยพร้อมให้ความร่วมมือกับรัสเซียในประเด็นต่างๆ อาทิ เศรษฐกิจดิจิทัล AI ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และการต่อต้านสแกมเมอร์ รวมถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกด้วย 4.ด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม ทั้งสองประเทศเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในโอกาสการเฉลิมฉลองครบรอบ 130 ปี ความสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย ในปี 2570 เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระดับประชาชนและเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกันในทุกมิติ 

นายกฯ ยังกล่าวยินดีที่ในปี 2568 มีนักท่องเที่ยวรัสเซียเดินทางมายังประเทศไทยเกือบสองล้านคน นับเป็นนักท่องเที่ยวจากยุโรปกลุ่มใหญ่ที่สุดของไทย แสดงถึงความประทับใจที่ชาวรัสเซียมีต่อประเทศไทย และเพื่อเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนต่อประชาชน จะได้มีการเผยแพร่วัฒนธรรมรัสเซีย อาทิ เพลง ภาพยนตร์ และศิลปะการแสดง ในโอกาสต่อๆ ไปด้วย พร้อมขอบคุณประธานาธิบดีรัสเซียสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่น และยืนยันความมุ่งมั่นของไทยในการส่งเสริมความร่วมมือกับรัสเซียอย่างรอบด้าน เพื่อสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และโอกาสทางเศรษฐกิจร่วมกันของทั้งสองประเทศ พร้อมแสดงความหวังว่าจะได้พบหารือกับประธานาธิบดีรัสเซียอีกครั้งในโอกาสการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 33 ในช่วงปลายปีนี้.