เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 69 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.4 บก.ปพ. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.สุรพันธ์ มั่นคงดี, พ.ต.อ.ทนงศักดิ์ ปันไชย รอง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ., พ.ต.ท.เสรี บุญยะรัตน์ และ พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.4 บก.ปพ. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. ส.ต.อ.ทิวา นาหมื่น ส.ต.อ.จตุรพล กำปั่น ส.ต.อ.ธราธร บุญมี ส.ต.ท.เอกราช แอบมณี ส.ต.ท.นนธวัช ศิริเทพ ส.ต.ท.ณรงค์วิทย์ พิมพ์กำเนิด กก.4 ผบ.หมู่ บก.ปพ. ร่วมกันจับกุม นายภาณิน หรือกาย อายุ 23 ปี ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น, เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด” ตามหมายจับของศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ จ.746/2568 ลงวันที่ 30 ก.ค. 68 โดยสามารถจับกุมได้ที่ บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์พระนครศรีอยุธยา หันตรา

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงปลายเดือน พ.ค. 68 คนร้ายได้โทรศัพท์ติดต่อผู้เสียหายโดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ และต่อมาแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยกล่าวหาว่าชื่อของผู้เสียหายถูกนำไปใช้เปิดหมายเลขโทรศัพท์และบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทางอาญา รวมถึงอ้างว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการบัญชีม้าและการฟอกเงิน คนร้ายได้สร้างความน่าเชื่อถือด้วยการให้ผู้เสียหายติดต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์ที่ใช้ชื่อและรูปโปรไฟล์คล้ายหน่วยงานราชการ พร้อมส่งเอกสารคดีปลอมและข้อมูลอันเป็นเท็จมาแสดง อีกทั้งยังใช้วิธีข่มขู่ กดดัน และสร้างความหวาดกลัว โดยอ้างว่าหากไม่ให้ความร่วมมืออาจส่งผลเสียต่อประวัติส่วนตัว การศึกษา การทำงาน และความปลอดภัยของครอบครัว พร้อมกำชับให้ผู้เสียหายเปิดกล้องตลอดเวลา ห้ามวางสาย และห้ามปรึกษาบุคคลอื่น

ต่อมา คนร้ายได้หลอกให้ผู้เสียหายเปิดเผยข้อมูลบัญชีธนาคารและยอดเงินคงเหลือ โดยอ้างว่าเป็นขั้นตอนการตรวจสอบเส้นทางการเงินและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผู้เสียหาย นอกจากนี้ คนร้ายยังขอช่องทางติดต่อของมารดาผู้เสียหาย และติดต่อไปหลอกลวงมารดาว่า ผู้เสียหายได้รับทุนการศึกษาต่อต่างประเทศแบบเต็มจำนวน แต่จำเป็นต้องแสดงหลักฐานว่ามีเงินคงเหลือในบัญชีจำนวน 700,000 บาท เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาวีซ่าและการรับทุนการศึกษา ด้วยความเชื่อว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นความจริง มารดาของผู้เสียหายจึงได้โอนเงินจำนวน 700,000 บาท เข้าบัญชีของผู้เสียหายตามที่คนร้ายแนะนำ จากนั้นคนร้ายได้อาศัยความหวาดกลัวและความหลงเชื่อที่เกิดขึ้น หลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารที่คนร้ายกำหนด โดยอ้างว่าเป็นการตรวจสอบและยืนยันความบริสุทธิ์ใจของผู้เสียหาย ผู้เสียหายจึงได้โอนเงินรวมทั้งสิ้น 5 ครั้ง ได้แก่ จำนวน 52,000 บาท, 200,000 บาท, 400,000 บาท, 700,000 บาท และ 130,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,482,000 บาท

ภายหลัง มารดาของผู้เสียหายพบความผิดปกติและสอบถามรายละเอียด จึงเชื่อว่าผู้เสียหายกำลังตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและหน่วยงานต่างๆ เพื่อหลอกลวงเอาทรัพย์สิน จึงได้ติดต่อแจ้งความผ่านสายด่วน 1441 และประสงค์ดำเนินคดีกับคนร้ายตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางไปสืบสวนหาข่าวบริเวณดังกล่าว พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการแสดงบัตรข้าราชการตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าวชื่อ นายภาณิน โดยนำข้อมูลทะเบียนราษฎรมาตรวจสอบยืนยันพบว่ามีชื่อตรงกันกับบุคคลตามหมายจับและมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริงและไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบสวนให้การว่า เมื่อช่วงประต้นปี 68 ได้มีรุ่นพี่ที่อยู่แถวย่านพัทยา ได้ชวนไปทำงานเกี่ยวกับกาสิโน เว็บพนันออนไลน์ที่ประเทศกัมพูชา ผ่านช่องทางธรรมชาติที่จังหวัดสระแก้ว ทำงานวันละ 12 ชั่วโมง จะมีคนจีนคอยมาเฝ้าดูตลอดเวลา หลังจากนั้นได้ชักชวนให้เปิดบัญชีธนาคาร จึงได้กลับมาแถวบ้านย่านชลบุรี มีรุ่นพี่กลับมาด้วยและคนประเทศกัมพูชาข้ามมาด้วย 1 คนเพื่อรอเอาบัญชีธนาคารพร้อมสแกนใบหน้า ได้เปิดบัญชีทั้งหมด 4 บัญชี ได้ค่าจ้าง 10,000 บาท เบื้องต้นขอให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา.