เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงการลงพื้นที่ปราสาทคนาในวันเดียวกันนี้ ว่า เป็นการให้กำลังใจทหารในพื้นที่ และเพื่อเป็นการย้ำว่าทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ทุกนาย ปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มความสามารถในการเฝ้าปกป้องอธิปไตย ไม่ให้มีการรุกล้ำเข้ามาได้

เมื่อถามว่าปราสาทคนาเป็นพื้นที่เพ่งเล็งของกัมพูชาหรือไม่ โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ก็ต้องถือว่าเป็นที่สำคัญ เนื่องจากเป็นพื้นที่สูง และกัมพูชาเคยรุกล้ำขึ้นมา พร้อมตั้งฐานทหารบริเวณนี้มาซักระยะหนึ่ง ซึ่งในทางทหารพื้นที่สูงถือว่ามีความได้เปรียบ แต่ปัจจุบันพื้นที่ลักษณะนี้ร้อยละ 90 อยู่ในการควบคุมของฝ่ายไทยทั้งหมด ถือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ประชาชนสบายใจ ส่วนที่กัมพูชาสร้างบันไดขึ้นมาบนปราสาทคนาก่อนหน้านี้ ทางทหารไทยก็ได้ทำลายไปแล้ว และที่ผ่านมาปริมาณงานในพื้นที่ชายแดนมีมาก เจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถดูแลชายแดนได้ตลอดเวลาและทั่วถึง ดังนั้นหลังจากนี้ต้องเพิ่มความเข้มข้น เพื่อไม่ให้มีการรุกล้ำเข้ามาอีก

โฆษกกองทัพบก กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ย้ำว่า ต้องไม่ประมาทต่อสถานการณ์ ดังนั้นการทำงานทุกอย่างอย่างเข้มข้นเหมือนเดิม โดยย้ำความสำคัญกับภารกิจ 3 ด้าน คือ 1.เฝ้าตรวจ เฝ้าระวัง และเตรียมพร้อมตลอดเวลา 2.การปรับปรุงที่มั่นต่างๆ เพื่อรองรับสถานการณ์ให้เกิดความปลอดภัย รวมถึงการพัฒนาเส้นทางต่างๆ ที่ต้องใช้ลาดตระเวนและใช้เพื่อการส่งกำลัง 3.การเก็บกู้ทุ่นระเบิด และสุดท้ายทุกภารกิจต้องตั้งอยู่บนความปลอดภัยสูงสุด

เมื่อถามถึงนโยบายของรัฐบาลต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในขณะนี้ มีผลต่อการทำหน้าที่ของทหารอย่างไร โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ทหารยังทำงานเหมือนเดิม ซึ่งมีบทบาท 2 ส่วนคือ หน่วยปฏิบัติ และเรื่องของการทูต ซึ่งเป็นแนวทางที่เป็นสากล โดยหากเป็นช่วงเกิดสถานการณ์ก็จะใช้การปฏิบัติทางทหารเป็นหลัก ต่อมาเมื่อเข้าสู่โหมดการทูต ทหารก็ต้องอยู่ในกรอบกติกาให้เป็นที่ยอมรับของสังคม.