อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทยกำลังก้าวสู่ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ! เมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventative Health) จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ประจำวัน ส่งผลให้ความต้องการผลิตภัณฑ์โภชนาการที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสุขภาพและความสะดวกรวดเร็วเติบโตอย่างก้าวกระโดด
สอดคล้องกับผลสำรวจ Voice of the Consumer Survey 2025 โดย PwC ที่ระบุว่า ผู้บริโภคชาวไทยถึง 40% นิยมรับประทานวิตามินหรืออาหารเสริมเป็นประจำ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ 30% ขณะเดียวกัน ผลการศึกษาของเต็ดตรา แพ้ค ร่วมกับ Ipsos ยังพบว่า 59% ของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพทั่วโลก เทใจให้กับผลิตภัณฑ์โภชนาการในรูปแบบ “เครื่องดื่มพร้อมดื่ม” (Ready-to-Drink) เนื่องจากตอบโจทย์ชีวิตที่เร่งรีบและบริโภคได้ง่ายระหว่างวัน

“นมโปรตีนสูง” ดาวรุ่งพุ่งแรง มูลค่าโตเบิ้ลเท่าตัวสะลุ 5.3 พันล้าน
จากเทรนด์สุขภาพดังกล่าว นายสุภนัฐ รัตนทิพ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มชั้นนำ ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าจับตามองว่า ปัจจุบัน “ตลาดนมโปรตีนสูง” ได้กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงและเป็นโอกาสครั้งใหญ่ของผู้ผลิตไทย
โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา ตลาดนี้เติบโตขึ้นอย่างมหาศาล:
- ด้านปริมาณ: พุ่งจาก 20 ล้านลิตร เพิ่มขึ้นเป็น 41 ล้านลิตร
- ด้านมูลค่า: เติบโตจาก 2,400 ล้านบาท ทะยานสู่ 5,300 ล้านบาท
ปัจจุบัน นมโปรตีนสูงมีสัดส่วนราว 4% ของตลาดนมทั้งหมดในประเทศไทย โดยแบ่งเป็นนมวัว 3 ใน 4 ส่วน และที่เหลือเป็นนมจากพืช ซึ่งปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนให้ผู้บริโภคเลือกซื้อมาจาก 3 ด้าน คือ เทรนด์การสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อจากการออกกำลังกาย, การขยายตัวจากกลุ่มเฉพาะไปสู่คนทั่วไปที่ต้องการเสริมโปรตีนในชีวิตประจำวัน และการเติบโตของกลุ่ม “ไลฟ์สไตล์โปรตีน” ที่ขยายตัวมากกว่า 100% ภายในปีเดียว โดยผู้บริโภคนิยมดื่มในรูปแบบกล่องยูเอชที (UHT) เพราะดื่มง่ายและราคาเข้าถึงได้
“หากมองไปที่ตลาดนมโปรตีนสูงในสหรัฐฯ และยุโรป จะพบว่าพัฒนาไปไกลมากแล้ว ขณะที่ประเทศไทยเพิ่งเริ่มตื่นตัวในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันตลาดยังอยู่ในช่วงขาขึ้นของวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Product Life Cycle) และยังเปิดกว้างอีกมากสำหรับผู้ผลิตรายใหม่” นายสุภนัฐ กล่าว
โอกาสทองของผู้ประกอบการไทย ขยายพอร์ตสู่ตลาด FSN
เต็ดตรา แพ้ค ชี้ว่านี่คือโอกาสสำคัญสำหรับผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่ม หรือผู้ประกอบการรายเดิมในไทย ในการขยายไลน์ธุรกิจไปสู่กลุ่ม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและโภชนาการ (Food Supplement and Nutrition: FSN) ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มธัญพืช เครื่องดื่มเสริมวิตามิน หรือผลิตภัณฑ์โภชนาการเฉพาะทางสำหรับแต่ละช่วงวัย
แบรนด์ต่างๆ สามารถใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญ วัตถุดิบ หรือสายการผลิตเดิมที่มีอยู่ (เช่น นม, น้ำผลไม้, เครื่องดื่มธัญพืช) มาต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value-added) ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมดื่มยุคใหม่ที่ตอบโจทย์ตลาดได้ทันที

กุญแจสำคัญบรรจุภัณฑ์และเทคโนโลยีที่รักษาคุณค่าสารอาหาร
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของผู้ผลิตในการคว้าโอกาสนี้ คือ “การรักษาคุณภาพและคุณค่าทางโภชนาการ” ในการผลิตจำนวนมาก เนื่องจากสารอาหารประเภทวิตามินและโปรตีนมักไวต่อความร้อน แสง และออกซิเจน
เต็ดตรา แพ้ค จึงได้นำเสนอโซลูชันแบบครบวงจรเพื่อสนับสนุนผู้ผลิตไทย ตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงบรรจุภัณฑ์:
- เทคโนโลยีระบบ UHT และการบรรจุแบบปลอดเชื้อ (Aseptic Technology): ช่วยปกป้องและรักษาคุณค่าทางโภชนาการ รสชาติ และเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์ได้ยาวนานโดยไม่จำเป็นต้องใช้วัตถุกันเสีย สามารถจัดเก็บและกระจายสินค้าได้ในอุณหภูมิห้อง
- กล่องรุ่น Tetra Prisma® Aseptic: บรรจุภัณฑ์รูปทรงแปดเหลี่ยมดีไซน์ทันสมัย โดดเด่นสะดุดตาบนชั้นวาง มาพร้อมฝา DreamCap™ 26 ที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ มอบประสบการณ์การดื่มที่สะดวก ไม่หกเลอะเทอะ เหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่ต้องเดินทาง
นอกจากนี้ เต็ดตรา แพ้ค ยังพร้อมเป็นพันธมิตรขับเคลื่อนธุรกิจแบบบูรณาการ โดยสนับสนุนผู้ผลิตไทยตั้งแต่การระดมไอเดียไปจนถึงการส่งสินค้าออกสู่ตลาด ผ่าน ศูนย์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้า (CIC) และ ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ (PDC) เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่แตกต่าง โดดเด่น และตอบสนองความต้องการของตลาดสุขภาพยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน



