สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลาปาซ ประเทศโบลิเวีย เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ว่า ประธานาธิบดีโรดริโก ปาซ ผู้นำโบลิเวีย ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ เพื่อเปิดทางให้กองทัพมีอำนาจมากขึ้นในการสลายการปิดกั้นเส้นทางคมนาคม และฟื้นฟูความสงบเรียบร้อย หลังการประท้วงยืดเยื้อมานานกว่า 50 วัน จนส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างหนัก
ขณะเดียวกัน การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าว ทำให้ปาซสามารถใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญได้กว้างขึ้น รวมถึงการส่งกำลังทหารเข้ารื้อถอนสิ่งกีดขวางบนถนนสายสำคัญ แม้มาตรการมีผลบังคับใช้ทันที แต่ผู้นำโบลิเวียต้องแจ้งต่อรัฐสภาภายใน 24 ชั่วโมง และรัฐสภามีเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง ในการอนุมัติหรือคัดค้านคำสั่ง
He dispuesto la aplicación del Estado de Excepción para liberar las carreteras del país.
— Rodrigo Paz Pereira (@Rodrigo_PazP) June 20, 2026
Los bolivianos no pueden seguir siendo rehenes de bloqueos que impiden trabajar, estudiar, recibir atención médica, abastecerse y llevar sustento a sus hogares.
Este Estado de Excepción no…
ทั้งนี้ กลุ่มผู้ประท้วงจำนวนมาก ซึ่งมีความใกล้ชิดกับนายอีโว โมราเลส อดีตประธานาธิบดีฝ่ายซ้ายของโบลิเวีย รวมตัวปิดกั้นเส้นทางคมนาคมสายหลักหลายแห่ง ส่งผลให้รถบรรทุกจำนวนมากไม่สามารถเดินทางได้ และกระทบต่อการขนส่งอาหาร เชื้อเพลิง และเวชภัณฑ์ไปยังหลายพื้นที่ รวมถึงกรุงลาปาซ

สำหรับความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้น หลังรัฐบาลของปาซยกเลิกการอุดหนุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดำเนินมานาน เพื่อลดการขาดดุลงบประมาณ ท่ามกลางภาวะขาดแคลนเงินดอลลาร์สหรัฐ และการเจรจากับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)
แม้รัฐบาลจะพยายามตรึงราคาน้ำมันบางส่วน และยกเลิกนโยบายปฏิรูปที่ดินซึ่งถูกคัดค้านอย่างหนัก แต่การประท้วงกลับขยายวงกว้าง โดยสหภาพแรงงานเรียกร้องให้ขึ้นค่าแรง แก้ปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิงและเงินดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงเรียกร้องให้ปาซลาออกจากตำแหน่ง
Bolivia marked 50 days of unrest as protests over the country's economic crisis and fuel shortages led to roadblocks in La Paz, El Alto and Cochabamba, disrupting supplies and causing shortages of food and medicine pic.twitter.com/zHjO7jWVwJ
— Reuters (@Reuters) June 19, 2026
ปาซกล่าวว่า วิกฤติที่เกิดขึ้นได้พัฒนาไปสู่ความพยายามอย่างเป็นระบบในการบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตย หลังเกิดเหตุรุนแรงและการปิดถนนต่อเนื่องหลายสัปดาห์ พร้อมยืนยันว่า การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูความสงบเรียบร้อย คุ้มครองประชาชน และรับประกันการขนส่งสินค้าจำเป็น ขณะเดียวกันเตือนว่า ผู้ที่ยังคงขัดขวางการดำเนินงานของรัฐจะต้องเผชิญกับบทลงโทษตามกฎหมาย
นอกจากนี้ ผู้นำโบลิเวียยืนยันว่า มาตรการดังกล่าวไม่ใช่การจำกัดเสรีภาพของประชาชน แต่เป็นการคืนเสรีภาพให้กับประชาชน และปลดปล่อยประเทศจากกลุ่มที่ใช้ความขัดแย้งทางการเมือง เป็นเครื่องมือในการปิดถนนและสร้างความเดือดร้อนแก่สังคม.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



