เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 20 มิ.ย.69 ณ ห้องประชุมศรีสองรัก ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดเลย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย พร้อมด้วย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ตรวจติดตามการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย นายศิริพันธ์ ศรีกงพลี รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นางสาววีราภรณ์ เกียรติชัยพัฒน ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ในการนี้ รมช.มหาดไทย ได้เน้นย้ำการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญตามนโยบายเร่งด่วน “มหาดไทย ทำ ทัน ที Action 5 PLUS” เพื่อให้การปฏิบัติราชการเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน โดยครอบคลุมตั้งแต่การลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ผ่านการสนับสนุนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” การยกระดับสินค้า OTOP และการเร่งรัดการออกเอกสารสิทธิในที่ดิน ตลอดจนการแก้ไขปัญหาความมั่นคง ยาเสพติด และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยให้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปราบปรามผู้มีอิทธิพล ยาเสพติด และปัญหาหนี้นอกระบบอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับชุมชนและนักท่องเที่ยว


รมช.มหาดไทย ยังได้เน้นเรื่องการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงการดูแลผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มเปราะบางให้เข้าถึงสวัสดิการของรัฐอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ควบคู่ไปกับการป้องกันและจัดการภัยพิบัติอย่างรอบด้าน ด้วยการเตรียมความพร้อมทั้งกำลังพล เครื่องจักรกล และแผนเผชิญเหตุ เพื่อช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน มุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Net Zero) ผ่านการส่งเสริมพลังงานสะอาดและการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั้งนี้ ยังมุ่งเน้นการพัฒนาระบบราชการให้ทันสมัย สะดวก รวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ลดขั้นตอนการทำงาน และยกระดับศูนย์ดำรงธรรมเป็นกลไกหลักในการรับเรื่องร้องเรียนภายใต้แนวทาง “มหาดไทยใสสะอาด”

ในช่วงท้ายของการประชุม รมช.มหาดไทยได้กล่าวให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่าย พร้อมระบุว่าการขับเคลื่อนนโยบายทั้ง 5 ด้านจะสำเร็จเป็นรูปธรรมได้นั้น ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากผู้บริหารจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนในการบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด โดยขอให้ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นศูนย์กลาง และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม.



