เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 69 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ออกมาระบุ รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต แค่สร้างภาพ ผู้ประกอบการโอดยังมีเก็บส่วย ว่า ตนและนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต เพื่อตรวจสอบหาข้อเท็จจริง ตามข้อร้องเรียนของผู้ประกอบการ ถึงส่วยที่เชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่รัฐ เราไปเพื่อแก้ไขปัญหา ตรจสอบข้อเท็จจริง ไม่ได้สร้างภาพหรือหิวแสง ตามที่นายเฉลิมพงศ์ กล่าวมา
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ความคืบหน้า กรมการปกครองได้ตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาฯ และคลินิกรับคำขอ แก้ทุกปัญหากฎหมายโรงแรมและสถานบริการ เดินหน้าปลดล็อกธุรกิจท่องเที่ยว เร่งอำนวยความสะดวกผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว พร้อมแก้ไขปัญหาและอุปสรรคด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจโรงแรมและการขออนุญาตตั้งสถานบริการ ขณะนี้ มีผู้ประกอบการโรงแรม กว่า 700 ราย ที่ยื่นคำขอเปิดบริการที่ค้างอยู่ ก็ได้มอบให้รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต เร่งดำเนินการ จะได้ประกอบธุรกิจแบบถูกกฎหมายไม่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ หรือเปิดโอกาสให้เป็นเหยื่อของคนมาเรียกรับผลประโยชน์
นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า การตรวจสอบก็ดำเนินต่อไป ขณะเดียวกัน การช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการ เราก็เดินควบคู่ไปด้วย และตนก็ได้ขอความร่วมมือประชาชนที่เคยอยู่ในวงจรส่วย ให้ไว้วางใจกระทรวงมหาดไทย ให้เดินเข้ามาเพื่อเข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหา ไม่จำเป็นจะต้องไปจ่ายส่วยให้กับคนที่จ้องจะเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติหากิน ส่วนการรวบรวมหลักฐานของนอมินี เจ้าหน้าที่ก็กำลังดำเนินการอยู่ พวกตนไม่ใช่ศาลเตี้ย ที่เมื่อได้ข้อมูลแล้ว จะตัดสินใครถูกใครผิดได้เลย ทั้งนี้ หากศาลฎีกาพิพากษาคดีต่าง ๆ เกี่ยวกับที่ดิน ถ้าผิดก็จะเร่งดำเนินการถอดถอนโฉนดทันที ส่วนพื้นที่ที่น่าจะมีการออกเอกสารโดยมิชอบ ก็ได้เร่งรัดให้ทางกรมที่ดิน ดำเนินการตรวจสอบทันที
ดังนั้น การที่ สส.พรรคประชาชน ออกมาระบุว่า ยังมีการเก็บส่วย ก็ขอให้เปิดหลักฐานออกมา ว่าใครเรียกรับ เกี่ยวพันกับเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ จะได้ดำเนินการต่อไป อย่ามากล่าวอ้างลอยๆ เพราะไม่เช่นนั้นการที่มากล่าวหาพวกผมลงพื้นที่สร้างภาพ ท่านก็ไม่แตกต่างกันที่ค้านโดยไร้หลักฐาน มีแต่การกล่าวอ้าง เป็นฝ่ายค้านแบบสร้างภาพ
“ดังนั้นคนที่ถูกเรียกรับส่วย และคนที่รับคือใคร ว่ามาเลย เอาให้ชัด คนที่ต้องจ่าย คือคนที่ประกอบธุรกิจผิดกฎหมายหรือไม่ ข้อมูลที่มีอยู่ ขอท่านอย่าอมไว้ เพราะหากไม่เอาออกมา ก็เท่ากับไม่ช่วยเหลือภูเก็ต หากท่านอยากช่วยภูเก็ตต้องมาให้ข้อมูล เพราะไม่มีใครรู้ดีเท่าคนภูเก็ต” รมช.มหาดไทย กล่าว



