เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.69 ที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ร่วมกับ นายองอาจ ประภากมล หัวหน้าสายงาน ทรูวิชันส์ และมีเดีย, นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ทนายความผู้รับมอบอำนาจ จาก บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)
โดยเป็นการแถลงเรื่อง แนวทางชำระหนี้ 360 ล้านบาท ของ สมาคมลูกหนังไทย ที่มีต่อ บมจ.สยามสปอร์ต ซินดิเคท และ บจก.ซีนิเพล็กซ์ (ทรูฯ) ซึ่งล่าสุด ได้แนวทางว่าจะมีการ “ย้ายหนี้” กล่าวคือ “สมาคมบอลไทย” จะจ่ายหนี้ส่วนที่เหลือ ให้กับ “ทรูฯ” แทนที่ “สยามสปอร์ต” ซึ่งต้องจ่ายหนี้ ให้ “ทรูฯ” 240 ล้านบาท

หนี้สินดังกล่าว เกิดในช่วงผู้บริหาร สมาคมฯ ชุดเก่า ยกเลิกสิทธิในการบริหารสปอนเซอร์และถ่ายทอดสดของ สยามสปอร์ต เป็นผลให้ มีการฟ้องร้องกันไปมา และต่อสู้คดีกันถึง 3 ศาล เป็นระยะเวลานานถึงสิบปี จนในที่สุดศาลฎีกาตัดสินให้ สมาคมฯ แพ้คดี สยามสปอร์ต ต้องชำระหนี้จำนวน 360 ล้านบาท ขณะที่ฝั่ง สยามสปอร์ต ก็ต้องจ่ายให้ “ทรูฯ” 240 ล้านบาท
“มาดามแป้ง” กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ สมาคมฯ ได้ชำระหนี้ให้ สยามสปอร์ต ไปแล้ว 120 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค.69 จากนั้น สมาคมฯ ได้ขอรับโอนหนี้จำนวน 240 ล้านบาท แทนที่ สยามสปอร์ต ซึ่งเป็นหนี้ “ทรูฯ” (บจก.ซีนิเพล็กซ์) ตามกรอบข้อตกลงที่ทำร่วมกันระหว่างคู่สัญญาที่เกี่ยวข้องเป็นที่เรียบร้อย
ภายใต้ข้อตกลง 3 ฝ่าย สมาคมฯ จะเป็นผู้ชำระหนี้ แทน สยามสปอร์ต ให้แก่ “ทรูฯ” (บจก.ซีนิเพล็กซ์) จำนวนเงิน 240 ล้านบาท กำหนดแนวทางการชำระหนี้ออกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย การชำระเป็นเงินสดตามงวดที่ตกลงกัน
ส่วนที่ 2 คือการให้สิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลทีมชาติไทย (Broadcasting Right) แบบ Exclusive ในการถ่ายทอดสด รวมถึงการออกอากาศซ้ำ (Rerun) ผ่าน OTT, IPTV และ Pay TV บนทุกแพลตฟอร์มที่ให้บริการ โดยบริษัทในกลุ่มทรู หรือ บริษัทในเครือ รวมถึงสิทธิประโยชน์ทางการตลาดที่เกี่ยวข้อง ภายใต้ระยะเวลา 4 ปี ระหว่างปี 2569-2572 ให้ บจก.ซีนิเพล็กซ์ เป็นการทดแทนเงินจำนวนหนี้ที่เหลือบางส่วน และ อีกส่วน คือการทยอยชำระเป็นเงินสด รายเดือน
มาดามแป้ง กล่าวด้วยว่า สมาคมฯ พยายามล้างหนี้สินดังกล่าวมาตลอด ได้มอบเงินส่วนตัว 25 ล้านบาท, สภากรรมการตั้งกองทุน และทำกิจกรรมปิดรอบละครเวที ได้ 19 ล้านบาท ซึ่งขายบัตรคนคุ้นเคย ส่วนเสื้อคนไทยรักบอลไทย ผลิตมา 1 แสนตัว ขายไม่หมด ได้เงิน 14.9 ล้านบาท

มาดามแป้ง กล่าวอีกว่า ต้องขอบคุณ นายระวิ โหลทอง ของ สยามสปอร์ต ที่ไม่คิดดอกเบี้ย ขณะเดียวกัน เรื่องการ “ฟ้องไล่เบี้ย” ที่เคยทำท่าจะดำเนินการนั้น ตนยอมรับว่า เมื่อเข้ามาก็ทราบว่ามีหนี้ แต่คิดว่าจะแก้ไขได้ เมื่อผลศาลฎีกาออกมาก็ตกใจ
“นายกสมยศ (พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ คนก่อน) ก็เป็นคนที่อยากให้แป้งเป็นนายก พูดถึงการไล่เบี้ย ถ้าไล่เบี้ยก็ต้องไล่ทุกคน วงการนี้ก็พี่น้องพ้องเพื่อน เหตุการณ์ที่เกิดแล้ว ก็แล้วไป” มาดามแป้ง กล่าว.



