นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 2002 Boutiques Singapore ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในแวดวงสร้างสรรค์ของสิงคโปร์ และอีกไม่นานนี้ Boutiques จะนำเอาเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ผสมผสานระหว่างแบรนด์ที่เน้นการออกแบบ การคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน และจิตวิญญาณแห่งชุมชนสร้างสรรค์ มาส่งต่อให้ชาวกรุงเทพฯ ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด โดยเปิดโอกาสให้เหล่านักช้อปได้พบปะกับดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์โดยตรงจากกว่า 120 แบรนด์จากทั่วเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นประเทศสิงคโปร์ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฮ่องกง เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และอีกมากมาย ที่สำคัญหลายแบรนด์ในกลุ่มนี้ ยังเป็นการเดินทางมาจัดแสดงที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก

ชาร์ลอตต์ เคน (Charlotte Cain) ผู้ก่อตั้ง Boutiques กล่าวว่า “กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาโดยตลอด และเต็มไปด้วยพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่มีชีวิตชีวา คนที่นี่มีความมั่นใจอย่างเห็นได้ชัดในการมิกซ์แอนด์แมตช์งานดีไซน์ สไตล์ และความคิดสร้างสรรค์ เราจึงรู้สึกว่ากรุงเทพฯ คือสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดในการนำ Boutiques ก้าวสู่เวทีระดับภูมิภาค เพื่อสร้างแพลตฟอร์มที่จะเชื่อมโยงนักช้อปเข้ากับดีไซเนอร์โดยตรง และพาดีไซเนอร์ต่างสาขาต่างสัญชาติมาเจอกัน รวมถึงได้เชื่อมต่อกับชุมชนใหม่ ๆ ที่เข้าถึงจิตวิญญาณอันแท้จริงของ Boutiques”

ความพิเศษสุดเอ็กคลูซีฟที่กรุงเทพฯ Boutiques Asia จะขนทัพสินค้าเปิดตัวใหม่ คอลเลกชันลิมิเต็ด และประสบการณ์ “ครั้งแรกในกรุงเทพฯ” ทั้งในหมวดแฟชั่นชาย-หญิง เครื่องประดับ บิวตี้ ไลฟ์สไตล์ ของแต่งบ้าน ตลอดจนอาหารและเครื่องดื่ม

ไฮไลต์ที่ห้ามพลาด ได้แก่ Tow Tow สตูดิโอเครื่องหนังจากสิงคโปร์ ที่ผสมผสานหัตถศิลป์เครื่องหนังแบบดั้งเดิมเข้ากับอะไหล่ที่ออกแบบด้วยเทคนิค 3D Printing อย่างลงตัว แบรนด์นี้เชี่ยวชาญด้านดีไซน์แบบโมดูลาร์ที่มีสีสันสดใส มาพร้อมการออกแบบที่ปกป้องบริเวณที่เกิดการเสียดสีได้ง่าย ช่วยยืดอายุการใช้งานของหนังให้ยาวนานขึ้น และสำหรับการเปิดตัวครั้งแรกในกรุงเทพฯ นี้ Tow Tow มอบประสบการณ์การปรับแต่งสินค้าตามบุคคล ผ่านบริการสั่งตัด “Build-A-Bag” และบาร์เลือกผสมผสานชาร์ม “Build-A-Charm Bar” ให้คุณได้ดีไซน์กระเป๋าและเครื่องประดับชิ้นพิเศษในแบบฉบับของตัวเอง

อีกหนึ่งแบรนด์ที่น่าจับตามองคือ GRAYE แบรนด์เสื้อผ้าจากสิงคโปร์ที่เน้นการใช้งานแบบจัดเต็ม เสื้อผ้าสไตล์ Unisex ที่ผสมผสานอิทธิพลตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน มีความพริ้วไหวแต่เป็นทรง แบรนด์แฟชั่นไม่จำกัดเพศนี้ออกแบบมาเพื่อการแต่งตัวในสภาพอากาศชื้น โดยจะเปิดตัวในไทยด้วยคอลเลกชันเสื้อและกางเกงที่ออกแบบมาสำหรับการเลเยอร์ชุดในเมืองร้อน ภายในงานจะมีการเปิดตัว PaperDry ซึ่งเป็นเส้นด้ายที่ทำจากเยื่อไม้ด้วยวิธีที่ยั่งยืนและโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล ควบคู่ไปกับเสื้อผ้าเนื้อบางเบา พับเก็บง่าย ที่ทำจากผ้าคูโปร (Cupro) และผ้าไหมผสมคอตตอน ช่วยให้สายครีเอทีฟในกรุงเทพฯ สามารถสลับโหมดเดินลุยแดดเมืองร้อนเข้าสู่ห้องแอร์ได้อย่างสบายตัว

สำหรับใครที่ชอบรองเท้าคลาสสิกใส่สบาย ต้องแวะชมแบรนด์ Palola แบรนด์รองเท้าสั่งทำเฉพาะบุคคลจากสิงคโปร์ ที่มีชื่อเสียงเรื่องความหรูหราเหนือกาลเวลา โดยเชื่อในปรัชญาที่ว่าเท้าของแต่ละคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่ขนาดไซส์มาตรฐานทั่วไป โดยทางแบรนด์เตรียมเปิดตัว Resort Collection ที่คัดสรรมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ยิ่งไปกว่านั้น นักช้อปยังจะได้สัมผัสประสบการณ์ Made-To-Order เอกลักษณ์ของ Palola ที่เปิดโอกาสให้คุณเลือกหนังและเนื้อผ้าซึ่งมีมากกว่า 100 แบบ เพื่อให้ได้ไซส์ที่พอดีกับเท้าที่สุด โดยแต่ละคู่จะถูกตัดเย็บด้วยมือทีละคู่ตามความต้องการของลูกค้า

เปลี่ยนถุงเท้าธรรมดา ๆ ให้กลายเป็นไอเทมที่มีความหมาย! Talking Toes แบรนด์เครื่องประดับจากสิงคโปร์จะมาร่วมงานในครั้งนี้ พร้อมเปิดตัวคอลเลกชันพิเศษที่จับมือกับศิลปินชาวไทยอย่าง Fluffy Omelet นำเสนอคอลเลกชัน Happy Homebody ที่ยกทัพถุงเท้า เสื้อยืด และหมวกแก๊ปสุดพิเศษ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากความอบอุ่นในบ้าน สัตว์เลี้ยงแสนรัก และความสุขรอบตัวในทุก ๆ วัน

นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการ “No Boundaries” โดย Industry+ ที่รวบรวมดีไซเนอร์และศิลปินชั้นนำจากทั่วเอเชีย เพื่อจัดแสดงของสะสมร่วมสมัยและผลงานศิลปะชิ้นเดียวในโลกที่ไม่เหมือนใคร ด้วยการรวมตัวของศิลปินชื่อดังอย่าง Multistandard (ญี่ปุ่น), Anon Pairot Studio (ไทย), Studio Act of Kindness (ไทย), Critiba (ญี่ปุ่น), Karyn Lim (สิงคโปร์) และ Dai Sugasawa (ญี่ปุ่น/ฝรั่งเศส) นิทรรศการนี้จึงเป็นศูนย์รวมงานศิลปะร่วมสมัยที่ปลดล็อกจินตนาการอันไร้ขีดจำกัด โดยให้ความสำคัญกับความเป็นไปได้ในการสร้างสรรค์ มากกว่าข้อจำกัดในการผลิตของโรงงาน ไฮไลต์ที่ต้องไปชมให้ได้คือคอลเลกชัน Fossil จาก Studio Act of Kindness ซีรีส์งานออกแบบที่ผสมผสานอัญมณีเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ โดยได้แรงบันดาลใจจากกระบวนการตกผลึกของฟอสซิลโอปอล และผลงาน So Plastic Vessels ของ Karyn Lim ซีรีส์ภาชนะทรงประติมากรรมที่ถักทอด้วยมือจากถุงพลาสติกช้อปปิ้งที่ใช้แล้ว เพื่อเปลี่ยนมุมมองต่อของที่ใช้แล้วทิ้งให้มีค่าขึ้นมาอีกครั้ง

นอกจากการเปิดตัวสินค้าใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟแล้ว Bangkok Edition ในครั้งนี้ยังรวบรวมแบรนด์แฟชั่น และเครื่องประดับที่โดดเด่นด้วยการออกแบบ ความประณีตในงานช่างฝีมือ และการใช้วัสดุนวัตกรรมใหม่ ๆ

เริ่มจาก The WES Studio แบรนด์ที่ออกแบบให้เรียบแต่เท่ได้ในเวลาเดียวกัน ที่ให้ความสำคัญทั้งเรื่องรูปทรงและฟังก์ชันการใช้งาน สำหรับการมาเยือนไทยครั้งนี้ แบรนด์สัญชาติมาเลเซียนี้จะนำคอลเลกชันยอดฮิตมาให้ชมกัน เช่น กระเป๋าหนังรุ่น Small Soft Snow Leather Bag ซึ่งได้รับการออกแบบมาให้สวยงามและใช้งานได้จริง มาพร้อมรูปทรงที่ดูนุ่มแต่เป็นทรงและผิวสัมผัสแบบแมตต์คล้ายกำมะหยี่ เหมาะสำหรับเป็นเพื่อนคู่ใจที่เรียบหรูในทุก ๆ วัน

อีกแบรนด์ที่น่าจับตาคือ Aomorie แบรนด์จากสิงคโปร์ที่เกิดจากความตั้งใจที่จะปลุก “ประสาทสัมผัสแห่งการรับรู้” กลับคืนสู่โลกแฟชั่น โดยสร้างสรรค์เสื้อผ้าและเครื่องประดับที่เน้นเรื่องความรู้สึกยามได้สัมผัส มากกว่าแค่รูปลักษณ์ภายนอก ในการเปิดตัวครั้งแรกในไทยนี้ ทางแบรนด์จะนำเสนอกระเป๋าใส่ของรุ่น Bloom ดีไซน์สวยงาม ซึ่งชูจุดเด่นเรื่องผิวสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์ของเนื้อผ้า และผลิตขึ้นด้วย “หนังกาแฟ” (Coffee leather) ซึ่งเป็นวัสดุนวัตกรรมที่ทำมาจากกากกาแฟเหลือทิ้ง 100%

ทางด้าน SAYA แบรนด์เสื้อผ้าสตรีจากจาการ์ตา เตรียมเปิดตัวคอลเลกชันล่าสุด ได้แก่ Colours Around the House, Revoir และ Willow and Wind ซึ่งผ่านการออกแบบอย่างพิถีพิถันโดยคำนึงถึงชาวกรุงเทพฯ ขาช้อป ด้วยดีไซน์สไตล์เมืองร้อนและสีสันสดใสสะดุดตา SAYA เชี่ยวชาญเป็นพิเศษในการออกแบบเดรสยาวสุดหรูและเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ช่วยเสริมบุคลิก ผสมผสานเทรนด์ร่วมสมัยเข้ากับทรงที่สวยคลาสสิกเหนือกาลเวลา ออกแบบมาเพื่อผู้หญิงที่อยากแต่งตัวสวยดูดีแบบเรียบง่าย

cheak แบรนด์ชุดออกกำลังกายจากสิงคโปร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องดีไซน์นำเทรนด์ ก็นำผลงานมาเปิดตัวในระดับภูมิภาคที่งาน Boutiques Asia เช่นกัน สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเสริมความมั่นใจให้ผู้หญิงเอเชียยุคใหม่ โดยชุดสไตล์ Athleisure ระดับซิกเนเจอร์ของ cheak ผสมผสานเนื้อผ้าคุณภาพสูงที่สวมใส่สบายเข้ากับดีไซน์ที่ดูดีและใส่ได้หลากหลายโอกาส

แบรนด์ Le Ngok พร้อมที่จะถ่ายทอดปรัชญาในการเปลี่ยนแฟชั่นให้กลายเป็นสื่อกลางสำหรับการเล่าเรื่องราวที่น่าดื่มด่ำ แบรนด์นี้ก่อตั้งขึ้นที่กรุงมะนิลาและต่อมาย้ายไปปักหลักที่เซี่ยงไฮ้ คอลเลกชันของ Le Ngok ได้รับการออกแบบให้ค่อยๆ เปิดเผยเรื่องราวคล้ายบทกวีที่เผยทีละตอน โดยเปลี่ยนความคิดและประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมา ให้กลายเป็นงานศิลปะที่สวมใส่ได้และสะท้อนอารมณ์ความรู้สึก

อีกหนึ่งแบรนด์ดาวรุ่งที่ต้องแวะชมใน Bangkok Edition นี้คือแบรนด์เครื่องประดับ Days of Ever โดย รุ่ย ชิว (Rui Chew) ผู้ก่อตั้งชาวสิงคโปร์ซึ่งมีดีกรีเป็นนักออกแบบพื้นที่ (Spatial designer) ได้นำความทรงจำและเรื่องราวต่าง ๆ มาตีความใหม่เป็นงานศิลปะที่สวมใส่ได้ ซึ่งสะท้อนผ่านซีรีส์โมดูลาร์ของแบรนด์ เช่น ต่างหูรุ่น Leaf Earring และ Girl with Everything set ที่มาพร้อมส่วนประกอบที่สามารถถอดแยกชิ้นได้ ช่วยให้ปรับเปลี่ยนวิธีใส่ได้หลากหลายสไตล์ตามอารมณ์และลุคของผู้สวมใส่

ส่งตรงจากฮ่องกง Studio Ingrid Burgos พร้อมนำเสนอความยั่งยืนในรูปแบบใหม่ ผ่านงานหัตถกรรมพื้นบ้านโคลอมเบียแบบดั้งเดิม ซึ่งสะท้อนถึงรากเหง้าชาวโคลอมเบียของผู้ก่อตั้งแบรนด์ สตูดิโอนี้จะจัดแสดงต่างหูดอกไม้ที่ทำจากหนังสุดประณีตด้วยมือ และกระเป๋าถือสั่งตัดพิเศษที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

Boutiques Asia ยังคงเดินหน้าพัฒนาไปอีกขั้น เพื่อมอบประสบการณ์แบบครบวงจร โดยการยกเอาวัฒนธรรมอาหารที่โดดเด่นของสิงคโปร์ส่งตรงมาถึงไอคอนสยาม ไฮไลต์เด่นของโซนนี้คือ รถฟู้ดทรัคเคลื่อนที่ The Tasty Singapore ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มโดย Enterprise Singapore โดยเลือกงาน Boutiques Asia ณ ไอคอนสยาม เป็นจุดจอดแรกในกรุงเทพฯ พร้อมเสิร์ฟเมนูพิเศษ 3 จานเด็ดสไตล์สิงคโปร์ที่ปรับรสชาติให้เข้ากับลิ้นคนไทยอย่างลงตัว พร้อมชมการสาธิตทำอาหารสด ๆ โดย เชฟอีนอช เตียว (Chef Enoch Teo) เชฟชาวสิงคโปร์ผู้อยู่เบื้องหลังร้าน Fatt Chicken ที่ผสมผสานประสบการณ์จากร้านระดับ Fine dining และความหลงใหลในการทำอาหาร นอกจากนี้ยังมีโซนร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์จากสิงคโปร์และของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ช่วยให้ผู้เข้าชมงานสามารถซื้อวัฒนธรรมอันน่าตื่นตาตื่นใจของสิงคโปร์ติดมือกลับบ้านได้ด้วย

คาเฟ่ขวัญใจมหาชนจากสิงคโปร์อย่าง Hello Arigato ก็มาร่วมเสิร์ฟอาหารจานโปรดสไตล์ญี่ปุ่น กาแฟรสเยี่ยม และเครื่องดื่มมัทฉะคราฟต์สูตรใหม่ที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อกรุงเทพฯ โดยเฉพาะ Pryce Tea แบรนด์ชาการันตีด้วยรางวัลจากสิงคโปร์ มาเปิดโอกาสให้ชาวกรุงเทพฯ ได้สัมผัสชารุ่นที่ทุกคนรอคอยอย่าง Yunnan Red Tea Botanical Scent Medallion เป็นที่แรก พร้อมชารุ่นพิเศษอย่างคอลเลกชัน Paris of The Orient และ Botanical Scent Inspired by Fine Teas

สำหรับใครที่อยากทานของว่างรสหวานมันกลมกล่อม ต้องลองขนมขบเคี้ยวจากมะพร้าวสูตรโฮมเมดของ Soicoco ไม่ว่าจะเป็น Corn Cheese puffs ที่ทั้งเบาและกรอบ เคลือบด้วยเชดดาร์ชีสรสเข้มข้นตัดด้วยพริกไทยเล็กน้อย ขนมผิงสิงคโปร์อบมืออย่าง Kueh Bangkit บรรจุมาในกล่องเหล็กพรีเมียมสวยงาม จะซื้อกินเองหรือซื้อเป็นของฝากก็ดูดี และ Tempeh Garlic ที่ทำด้วยมือและสไลด์บางอย่างพิถีพิถันจากถั่วเหลืองหมัก ปรุงรสด้วยเครื่องเทศสูตรลับเฉพาะของ Soicoco จนได้ขนมทานเล่นที่เคี้ยวเพลินจนหยุดไม่อยู่

หนึ่งในหัวใจสำคัญของ Boutiques คือการสนับสนุนแบรนด์ที่รักษ์โลกและสังคม ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน กระบวนการผลิตที่เป็นธรรม หรือการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม Boutiques Asia พร้อมเดินหน้าต่ออย่างภาคภูมิใจ ด้วยการสนับสนุนงานฝีมือที่รักษ์โลก เชื่อมโยงผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมเข้ากับแบรนด์ที่ให้ความสำคัญเรื่องผลกระทบต่อสังคม ความยั่งยืน และความโปร่งใส หนึ่งในแบรนด์ไฮไลต์คือแบรนด์แฟชั่น WN White Noise ที่มีชื่อเสียงจากการใช้ผ้าไนลอนรีไซเคิลที่ได้รับการรับรองจากญี่ปุ่น รวมถึงมีกระบวนการผลิตที่ตรวจสอบได้และไม่มีขยะเหลือทิ้ง (Zero-waste) ในงาน Boutiques Asia ครั้งนี้ ทางแบรนด์จะนำคอลเลกชัน Sora (ซึ่งเป็นภาษาญี่ปุ่นแปลว่า “ท้องฟ้า”) มาเปิดตัวในประเทศไทยเป็นครั้งแรก

แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circularity) ก็เป็นหัวใจสำคัญของกระเป๋าทุกใบจากแบรนด์ Webeings แบรนด์นี้ก่อตั้งโดยอดีตนางแบบอย่าง แอกกี้ บลังโก อูกัลเด (Aggie Blanco Ugalde) ที่มุ่งมั่นในการเปลี่ยนวัสดุเหลือทิ้งให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่สวยงามและมีชิ้นเดียวในโลก จนถึงปัจจุบัน Webeings ได้อัพไซเคิลแก้วพลาสติกไปแล้วกว่า 70,000 ใบ และเศษขยะสิ่งทอที่เทียบเท่ากับเสื้อยืดถึง 9,000 ตัว ทำให้กระเป๋าแต่ละใบมีเรื่องราวเล่าขานที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าแค่เรื่องงานดีไซน์สวยงาม

Anothersole สร้างสรรค์รองเท้าคัทชูหนังสไตล์มินิมอลที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ เพื่อตอบโจทย์ผู้หญิงที่ไม่หยุดอยู่กับที่ รองเท้านี้ผลิตขึ้นด้วยแนวคิดที่ยั่งยืน โดยใช้หนังที่ผ่านการรับรองระดับ Gold จาก LWG ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แผ่นรองเท้าทำจากพืช และวัสดุรีไซเคิล พร้อมทั้งหักกำไร 10% จากการขายรองเท้าไปบริจาคให้แก่ภารกิจ “Buy-1-Feed-1” เพื่อช่วยเหลือและให้อาหารแก่เด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการทั่วโลก สำหรับการเปิดตัวในกรุงเทพฯ ครั้งแรกนี้ พวกเขาจะขนทัพดีไซน์ขายดีมากมายรวมถึงรองเท้าใส่สบายรุ่นซิกเนเจอร์ anytime flats และ travel flats มอบสไตล์ที่สวยงามควบคู่ไปกับจุดมุ่งหมายเพื่อสังคมที่ยิ่งใหญ่

บัตรเข้าชมงาน Boutiques Asia: The Bangkok Edition 2026 เปิดจำหน่ายแล้ววันนี้ ซื้อบัตรได้ที่ : https://www.ticketmelon.com/boutiques-asia/bangkok-edition-2026