สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ว่า กระทรวงวัฒนธรรมสหราชอาณาจักรกำลังพิจารณาที่จะกำหนดให้แพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น เฟซบุ๊ก, ยูทูบ และติ๊กต็อก ทำให้เนื้อหาจากสื่อสาธารณะ รวมถึงสถานีโทรทัศน์บีบีซี, ไอทีวี และแชนแนลโฟร์ รวมถึงผู้ให้บริการข่าวที่น่าเชื่อถืออื่น ๆ เข้าถึงได้ง่ายขึ้นในฟีด และผลการค้นหาของผู้ใช้
ข้อมูลจากหน่วยงานกำกับดูแลโทรคมนาคมของสหราชอาณาจักร “ออฟคอม” แสดงให้เห็นว่า โซเชียลมีเดียได้กลายเป็นแหล่งข้อมูลหลัก สำหรับผู้ใหญ่ในสหราชอาณาจักรส่วนใหญ่ และประมาณ 3 ใน 4 ของคนหนุ่มสาวอายุ 16-24 ปี ขณะที่การวิจัยเมื่อปี 2567 พบว่า ผู้ใหญ่ในประเทศ 4 ใน 10 คน เคยพบเจอข้อมูลที่ผิดพลาดใน 1 เดือน ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นทางออนไลน์
#UK considers forcing social media firms to prioritise trusted news
— ARY NEWS (@ARYNEWSOFFICIAL) June 23, 2026
Read More : https://t.co/lZ8yvosMbM#ARYNews pic.twitter.com/a5RFPQG9yG
นางลิซา แนนดี รมว.วัฒนธรรมสหราชอาณาจักร กล่าวว่า เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่เราต้องแน่ใจว่า ประชาชนสามารถเข้าถึงข่าวสารที่น่าเชื่อถือและถูกต้องได้ดียิ่งขึ้น ขณะที่สื่อบริการสาธารณะที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวง ก็กำลังต่อสู้กับข้อมูลที่ผิดพลาดและข้อมูลเท็จอย่างดุเดือด
รัฐบาลกล่าวว่า การเพิ่มการมองเห็นของผู้ให้บริการข่าวสารที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล อาจช่วยแก้ไขปัญหาข้อมูลที่ผิดพลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวิกฤติ อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวใด ๆ ที่จะส่งผลต่อวิธีการจัดอันดับเนื้อหาของแพลตฟอร์ม มีแนวโน้มที่จะเผชิญกับการตรวจสอบจากบริษัทโซเชียลมีเดีย ซึ่งบริษัทมองว่า อาจลบล้างทางเลือกของผู้ใช้ และสร้างความเสียเปรียบให้ผู้สร้างเนื้อหารายอื่น ๆ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



