เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคม ได้หารือร่วมกับ กลุ่มไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (Minor International) นำโดยนายวิลเลียม อี. ไฮเน็ค ประธานกรรมการฯ ถึงแผนการพัฒนารถไฟท่องเที่ยวระดับลักชูรี (Luxury Train) หวังสร้างรายได้ให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) อย่างยั่งยืน พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ ซึ่งกระทรวงคมนาคมมีแผนบูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อร่วมกันพัฒนาเส้นทางการเดินรถ ผสมผสานการท่องเที่ยว ทั้งในจังหวัดเมืองหลัก และเมืองรองให้น่าสนใจ และมีเรื่องราวดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มากขึ้น

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า การผลักดันโครงการดังกล่าว เกิดขึ้นสอดรับกับการประกาศใช้ พ.ร.บ. การขนส่งทางราง พ.ศ. 2569 ที่เพิ่งมีผลบังคับใช้ ซึ่งเปิดกว้างให้ภาคเอกชนสามารถเข้ามาลงทุน และร่วมให้บริการรถไฟในรูปแบบต่าง ๆ ได้ โครงการนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับการใช้โครงสร้างพื้นฐานทางรางเท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มกำลังซื้อสูง พร้อมทั้งกระจายเม็ดเงินสู่ชุมชนท้องถิ่นในทุก ๆ สถานีที่ขบวนรถไฟวิ่งผ่านด้วย

การขับเคลื่อนรถไฟท่องเที่ยวระดับลักชูรี เป็นก้าวสำคัญที่ตอบโจทย์นโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่มีรายได้สูงของรัฐบาล ซึ่งจะช่วยพลิกโฉมระบบรางของการรถไฟไทย ให้กลายเป็นฟันเฟืองชิ้นใหม่ที่ทรงพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทั้งประเทศได้อย่างแท้จริง

นายวิลเลียม กล่าวว่า กลุ่มไมเนอร์ฯ จะเข้ามาช่วยสานต่อความแนวคิดนี้ให้เป็นจริง โดยเตรียมพิจารณาจัดทำหนังสือแสดงเจตจำนง (LOI) เพื่อยืนยันการเข้าร่วมโครงการ พร้อมกันนี้จะสนับสนุนช่างฝีมือชาวไทยในการต่อตู้รถไฟ และยินดีเป็นสะพานเชื่อมนำเอาเทคโนโลยีขั้นสูง และองค์ความรู้ด้านการพัฒนาตู้รถไฟจากพันธมิตรในทวีปยุโรป เข้ามาสนับสนุนการผลิตในประเทศไทยด้วย เพื่อผลักดันให้ขบวนรถไฟของไทย ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในขบวนรถไฟท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลก

นายวิลเลียม กล่าวอีกว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นมิติใหม่ของการผนึกกำลังระหว่างภาครัฐ และเอกชน โดยดึงเอาความเชี่ยวชาญระดับโลกด้านการให้บริการของไมเนอร์ฯ (ผ่านแบรนด์ชั้นนำอย่าง Anantara) มาผสานกับความพร้อมของ รฟท. ที่กำลังเดินหน้าโครงการรีโนเวทขบวนรถไฟภายใต้ชื่อ “Siamese Train” ที่เป็นการวิจัย และพัฒนาร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) หรือ สทร.