เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานฝ่ายเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศจร.ตร.) เปิดเผยถึงผลการดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดกับกลุ่มขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ขับขี่รถในลักษณะที่ประมาทหรือน่าหวาดเสียว ว่า พล.ต.ต.ดำรงค์ศักดิ์ สว่างงาม ผบก.จร. สั่งการให้ พ.ต.ท.ดามพวร ทองอิ่ม รอง ผกก.งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ กก.2 บก.จร. สั่งการให้ พ.ต.ท.ภุชงค์ เม้าทุ่ง สว.งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ กก.2 บก.จร. เปิดปฏิบัติการแกะรอยติดตามตัวกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์จำนวน 4 ราย มีนายฐา อายุ 35 ปี, นายอภิวัฒน์ อายุ 28 ปี, นายจิรวัฒน์ อายุ 31 ปี และนายรุ่งโรจน์ อายุ 30 ปี ที่รวมตัวกันขับขี่ด้วยความเร็วสูงและแสดงพฤติกรรมขับขี่ในลักษณะหมอบราบไปกับตัวรถ บนถนนวิภาวดีรังสิต หลังมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอสร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก นั้น

จากการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดตลอดแนวเส้นทาง ภาพจากกล้องบันทึกภาพการจราจร สื่อสังคมออนไลน์ และข้อมูลเบาะแสจากเครือข่ายภาคประชาชน “ดวงตาอัศวิน” พบว่าเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 กลุ่มผู้ต้องหาได้รวมตัวขับขี่รถจักรยานยนต์ใช้ความเร็วสูง เบิ้ลเครื่องยนต์ เปลี่ยนช่องทางเดินรถแทรกไปแทรกมาอย่างกะทันหัน โดยไม่ให้สัญญาณไฟ และขับขี่ในลักษณะหมอบตลอดเส้นทาง ในลักษณะที่ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น ตั้งแต่ถนนวิภาวดีรังสิตขาเข้า กลับรถบริเวณใต้ทางด่วนดินแดง มุ่งหน้าขาออกจนถึงบริเวณห้าแยกลาดพร้าว ซึ่งการกระทำดังกล่าวมีลักษณะกีดขวางการจราจรและอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนโดยทั่วไป ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถสืบสวนหาข้อมูล และติดตามตัวผู้ขับขี่ที่กระทำความผิดทั้ง 4 รายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมตรวจยึดรถจักรยานยนต์ของกลางจำนวน 3 คัน โดยทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

อย่างไรก็ตาม ศาลแขวงพระนครเหนือได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกคนละ 1 เดือน และปรับคนละ 4,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้เป็นเวลา 1 ปี พร้อมทั้งสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่และริบรถจักรยานยนต์ของกลางทุกคัน
โดยสถิติการกวดขันจับกุมของ สน.วิภาวดี ตั้งแต่ปี 2567 ถึงปัจจุบัน ทำสำเร็จแล้วถึง 22 ครั้ง สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 140 ราย ตรวจยึดรถยนต์ 13 คัน และรถจักรยานยนต์อีก 109 คัน สะท้อนการปราบปรามจริงจัง ทั้งนี้ ศจร.ตร. เตือนความคึกคะนองเพียงไม่กี่วินาทีอาจเปลี่ยนชีวิตและสร้างความสูญเสีย พร้อมเดินหน้าเอาผิดขั้นสูงสุดไม่มีข้อยกเว้น และขอความร่วมมือประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสหรือส่งคลิปวิดีโอคนผิดผ่านสายด่วน 1197, 1193 หรือ 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

พล.ต.ท.นิธิธรฯ กล่าวย้ำอย่างชัดเจนว่า ถนนคือพื้นที่สาธารณะ ไม่ใช่สนามแข่งรถ ความคึกคะนองเพียงไม่กี่วินาทีอาจทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องสูญเสีย และอาจเปลี่ยนอนาคตของผู้กระทำผิดไปตลอดชีวิต ศจร.ตร. จะเดินหน้าป้องกันและปราบปรามการขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่นในลักษณะแบบนี้อย่างจริงจัง หากตรวจพบการฝ่าฝืนสร้างความเดือดร้อนบนท้องถนน จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดขั้นสูงสุด โดยไม่มีข้อยกเว้น.



