รายจ่ายด้านพลังงานถือเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ที่ทุกองค์กรต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรม อาคารสำนักงาน หรือกิจการโรงแรม การมองหาแนวทางเพื่อลดภาระส่วนนี้จึงเป็นวาระสำคัญของผู้นำองค์กร หลายแห่งเลือกที่จะติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เพื่อแก้ปัญหาจากต้นเหตุและควบคุมต้นทุนในระยะยาว แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีเทคนิคการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการจัดการพลังงานภายในอาคารที่สามารถทำควบคู่กันไปได้ บทความนี้ได้รวบรวมแนวทางที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณหั่นค่าไฟลงได้อย่างเป็นรูปธรรม


6 วิธีประหยัดไฟที่องค์กรและธุรกิจสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง

การบริหารจัดการพลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดสามารถเริ่มต้นได้จากการปรับโครงสร้างพลังงานไปจนถึงการเปลี่ยนพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ของบุคลากรในองค์กร ซึ่งมีข้อปฏิบัติที่น่าสนใจและทำตามได้ดังนี้


1. ผลิตไฟใช้เองด้วยการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์

โซลาร์เซลล์

การแก้ปัญหาค่าไฟที่ตรงจุดและยั่งยืนที่สุดคือการสร้างแหล่งผลิตพลังงานเป็นของตัวเอง การเลือกใช้งานโซลาร์เซลล์แบบออนกริดเป็นระบบที่ได้รับความนิยมในภาคธุรกิจ เนื่องจากระบบนี้จะเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นกระแสไฟฟ้าแล้วจ่ายเข้าสู่อุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในอาคารโดยตรงในช่วงเวลากลางวัน ซึ่งสอดคล้องกับช่วงเวลาทำการของโรงงานและออฟฟิศ หากช่วงไหนแสงแดดไม่เพียงพอระบบก็จะสลับไปดึงไฟจากการไฟฟ้ามาใช้งานโดยอัตโนมัติ การลงทุนในระบบนี้จะช่วยเซฟรายจ่ายรายเดือนได้และเป็นการล็อกต้นทุนพลังงานล่วงหน้าเพื่อรับมือกับค่าไฟที่อาจปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต

ปัจจุบันองค์กรไม่ต้องกังวลเรื่องเงินลงทุนก้อนใหญ่หรือภาระงานซ่อมบำรุงอีกต่อไป เนื่องจากมีผู้ให้บริการด้านพลังงานสะอาดหลายแห่งเข้ามาช่วยแก้ปัญหาในส่วนนี้ อย่างเช่น กรีนเยลโล่ ที่นำเสนอโมเดลการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าหรือ PPA โดยผู้ให้บริการจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการวางระบบให้ทั้งหมด ธุรกิจเพียงแค่ชำระค่าไฟตามปริมาณที่ระบบผลิตได้จริงในอัตราส่วนลดที่ถูกกว่าการไฟฟ้า แนวทางนี้จึงช่วยให้ธุรกิจลดค่าไฟได้ทันทีโดยไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงใด ๆ พร้อมมีทีมวิศวกรดูแลรักษาระบบให้ฟรีตลอดอายุสัญญา


2. ปรับอุณหภูมิระบบทำความเย็นให้พอเหมาะและหมั่นบำรุงรักษา

ระบบปรับอากาศถือเป็นตัวการหลักที่ดึงกระแสไฟมากที่สุดในอาคารพาณิชย์ หลายคนมักเข้าใจผิดว่าการลดอุณหภูมิลงต่ำ ๆ จะช่วยให้ห้องเย็นเร็วขึ้น แต่ความจริงแล้วการตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 25 ถึง 26 องศาเซลเซียส ควบคู่กับการเปิดพัดลมระบายอากาศเพื่อช่วยกระจายความเย็น จะทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกเย็นสบายเทียบเท่ากับการตั้งอุณหภูมิที่ 22 องศาเซลเซียส แต่สามารถเซฟการใช้กระแสไฟได้มากกว่า นอกจากนี้องค์กรควรจัดตารางล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักเกินความจำเป็น


3. ถอดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่ได้ใช้งาน

อุปกรณ์สำนักงานจำนวนมาก เช่น คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เครื่องถ่ายเอกสาร กาต้มน้ำไฟฟ้า หรือแท่นชาร์จโทรศัพท์ มักถูกเสียบปลั๊กทิ้งไว้ตลอดเวลาแม้จะปิดสวิตช์เครื่องไปแล้วก็ตาม การเสียบปลั๊กทิ้งไว้ก็ทำให้เครื่องเข้าสู่ “Standby Mode” หรือโหมดพักเครื่องที่ยังมีกระแสไฟไหลอยู่ตลอดเวลา ทำให้ค่าไฟพุ่ง การรณรงค์ให้พนักงานถอดปลั๊กทุกครั้งหลังเลิกงาน หรือการเลือกใช้ปลั๊กพ่วงแบบมีสวิตช์เปิดปิดแยกจุด จะช่วยตัดวงจรไฟที่สูญเปล่าและประหยัดรายจ่ายของบริษัทได้

4. เปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED และพึ่งพาแสงสว่างจากธรรมชาติ

ระบบแสงสว่างในอาคารเป็นอีกหนึ่งจุดที่องค์กรสามารถหั่นรายจ่ายทิ้งไปได้ง่าย ๆ เพียงแค่เปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED ทั้งหมด หลอด LED ใช้กระแสไฟน้อยกว่าหลอดฟลูออเรสเซนต์หลายเท่าตัวและแทบจะไม่แผ่ความร้อนออกมาเลย ทำให้ระบบปรับอากาศไม่ต้องทำงานหนักเพื่อสู้กับความร้อนจากหลอดไฟ

การเลือกซื้อหลอดไฟควรพิจารณาจากค่าความสว่างหรือค่าลูเมน (Lumen) ให้เหมาะสมกับพื้นที่ใช้งาน มากกว่าดูจากจำนวนวัตต์เพียงอย่างเดียว แม้การเปลี่ยนหลอดไฟทั้งอาคารหรือโรงงานจะมีต้นทุนเริ่มต้นอยู่บ้าง แต่เมื่อเทียบกับค่าไฟฟ้าที่ลดลงในระยะยาวแล้ว ถือเป็นการลงทุนที่สามารถคืนทุนได้ภายในเวลาไม่นาน


5. ลดอุณหภูมิความร้อนสะสมภายในอาคารและโรงงาน

ความร้อนที่สะสมอยู่ภายในอาคารเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ระบบปรับอากาศและระบบระบายอากาศต้องทำงานหนักกว่าปกติ ส่งผลให้มีการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอาคารสำนักงาน โรงงาน หรือคลังสินค้าที่ต้องเผชิญกับแสงแดดโดยตรงตลอดทั้งวัน การลดปริมาณความร้อนที่เข้าสู่อาคารตั้งแต่ต้นทางจึงเป็นอีกแนวทางที่ช่วยลดค่าไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิผล

องค์กรสามารถปรับปรุงอาคารได้หลายวิธี เช่น ติดตั้งฉนวนกันความร้อนบริเวณหลังคาและฝ้าเพดาน ติดฟิล์มกรองแสงที่กระจกเพื่อลดความร้อนจากรังสีดวงอาทิตย์ รวมถึงเพิ่มพื้นที่สีเขียวหรือปลูกต้นไม้บริเวณรอบอาคารเพื่อช่วยบังแดดและลดอุณหภูมิโดยรอบ เมื่อสภาพแวดล้อมภายในเย็นลง ระบบปรับอากาศจะใช้พลังงานน้อยลง สามารถรักษาอุณหภูมิที่ต้องการได้ง่ายขึ้น ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน พร้อมทั้งยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ทำความเย็นในระยะยาว


6. เลือกใช้อุปกรณ์และเครื่องจักรที่มีเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน

อุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องจักรที่ใช้งานเป็นประจำมีผลโดยตรงต่อปริมาณการใช้พลังงานขององค์กร ดังนั้นเมื่อถึงรอบการเปลี่ยนหรือขยายกำลังการผลิต ควรพิจารณาเลือกอุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีช่วยประหยัดพลังงาน เช่น ระบบอินเวอร์เตอร์ หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้รับฉลากประหยัดไฟมาตรฐาน เพื่อให้การใช้พลังงานมีความคุ้มค่ามากขึ้นในระยะยาว

เทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์สามารถปรับระดับการทำงานของมอเตอร์หรือคอมเพรสเซอร์ให้เหมาะสมกับภาระงานจริง แทนการทำงานเต็มกำลังตลอดเวลา ส่งผลให้ลดการสูญเสียพลังงานและลดการกระชากไฟในช่วงเริ่มต้นการทำงาน นอกจากนี้ อุปกรณ์ที่ผ่านมาตรฐานด้านการใช้พลังงานมักได้รับการออกแบบให้มีความทนทานและมีต้นทุนการบำรุงรักษาต่ำกว่า แม้อาจมีราคาสูงกว่าอุปกรณ์ทั่วไปในช่วงแรก แต่สามารถช่วยลดค่าไฟฟ้าและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งาน


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)


ธุรกิจควรเริ่มต้นลดค่าไฟจากจุดไหนเป็นอันดับแรก

หากต้องการเห็นผลลัพธ์อย่างรวดเร็ว ควรเริ่มจากการตรวจสอบพฤติกรรมการใช้พลังงานภายในองค์กรก่อนเป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่าอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสม การปิดไฟในพื้นที่ที่ไม่มีการใช้งาน รวมถึงการปิดหรือถอดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าหลังเลิกงาน แนวทางเหล่านี้แทบไม่ต้องลงทุนเพิ่มเติม แต่สามารถช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้ทันที และยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างวัฒนธรรมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพภายในองค์กร


อุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้งานแต่เสียบปลั๊กทิ้งไว้กินไฟมากน้อยเพียงใด

แม้อุปกรณ์แต่ละชิ้นจะใช้พลังงานในโหมดสแตนด์บายไม่มาก แต่เมื่อรวมกันทั้งองค์กรแล้วอาจกลายเป็นต้นทุนที่ไม่ควรมองข้าม อุปกรณ์อย่างคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ โทรทัศน์ หรือเครื่องใช้สำนักงานที่เสียบปลั๊กทิ้งไว้ตลอดเวลา ยังคงมีการใช้ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง การจัดการปิดสวิตช์หรือใช้ปลั๊กพ่วงที่สามารถตัดกระแสไฟได้ จะช่วยลดการสูญเสียพลังงานที่เกิดขึ้นโดยไม่จำเป็น และช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้ดียิ่งขึ้น


สัญญา Solar PPA เหมาะกับธุรกิจประเภทใด

Solar PPA เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีการใช้ไฟฟ้าปริมาณมากในช่วงเวลากลางวัน เช่น โรงงานอุตสาหกรรม อาคารสำนักงาน ศูนย์กระจายสินค้า โรงแรม และห้างสรรพสินค้า โดยเฉพาะองค์กรที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานแต่ยังไม่ต้องการลงทุนติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เอง เนื่องจากผู้ให้บริการจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าออกแบบ ติดตั้ง และบำรุงรักษาระบบ ทำให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงพลังงานสะอาดและลดต้นทุนค่าไฟได้ตั้งแต่วันแรกของการใช้งาน