สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ว่า ในคำฟ้องที่ยื่นต่อศาลรัฐบาลกลางสหรัฐในเขตแมนฮัตตัน ผู้พิพากษาไอซีซี 3 คน ได้แก่ นางคิมเบอร์ลี พรอสต์ จากแคนาดา, นางโซโลมี บาลุงกี บอสซา จากยูกันดา และนางเรเน อเดเลด โซฟี อลาปินี-กันซู จากเบนิน ระบุว่า มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐถูกออกแบบมาเพื่อใช้แรงกดดันนอกกระบวนการยุติธรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อลงโทษและบีบบังคับผู้พิพากษา

อนึ่ง รัฐบาลของทรัมป์ดำเนินการคว่ำบาตรผู้พิพากษาหลายคนของไอซีซีเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการตอบโต้ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ต่อการที่ศาลออกหมายจับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล และการตัดสินใจในอดีตที่จะเปิดคดีเกี่ยวกับข้อกล่าวหาว่า กองกำลังสหรัฐก่ออาชญากรรมในอัฟกานิสถาน

คำฟ้องของผู้พิพากษาไอซีซี 3 คน ระบุว่า มาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวขัดต่อกฎหมาย เนื่องจากมันเกินขอบเขตของกฎหมายอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (ไออีอีพีเอ) และไม่ได้อยู่พื้นฐานของสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติที่แท้จริง หรือภัยคุกคามร้ายแรงเป็นพิเศษ

“ระบอบการคว่ำบาตร ถูกออกแบบมาเพื่อใช้แรงกดดันนอกกระบวนการยุติธรรมต่อผู้พิพากษาเหล่านี้ และเพื่อนร่วมงานของพวกเขาในไอซีซี โดยมุ่งเป้าไปที่ผลประโยชน์ทางการเงินและผลประโยชน์ส่วนตัวอื่น ๆ ซึ่งมีจุดประสงต์เพื่อลงโทษพวกเขาสำหรับการตัดสินคดีก่อนหน้านี้ และบีบบังคับพวกเขาให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ส่วนตัว มากกว่าการตัดสินคดีบนพื้นฐานของกฎหมายและข้อเท็จจริง” คำฟ้องระบุเสริม.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS