เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วน ร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. …. ที่ ครม. เสนอ วงเงิน 10,328 ล้านบาท

โดย นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายตอนหนึ่งว่า รายละเอียดในร่าง พ.ร.บ. โอนงบประมาณ เหมือนเด็กเล่นขายของมากกว่าการทำงานบริหารการคลังของประเทศ เป็น พ.ร.บ. เป็ดง่อย ไม่สามารถเป็นเครื่องมือให้รัฐบาลนำเงินภาษีไปแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ตามเจตนา จากเดิมที่คิดว่าจะโอนงบประมาณได้ 1 แสนล้านบาท และออก พ.ร.บ. ฉบับนี้ตั้งแต่เดือนเมษายน หากใครยังไม่ได้ลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง จะถูกพิจารณาโอนงบประมาณตามความเหมาะสม

แต่สุดท้ายกลับถูกปล่อยปละละเลย ทิ้งเวลานานมากกว่าจะมีการออก พ.ร.บ. ฉบับนี้ จึงไม่มีกระทรวงใดอยากคืนงบประมาณให้ ทุกกระทรวงต่างเร่งลงนามในสัญญา แม้จะไม่ใช่โครงการเร่งด่วนหรือมีความสำคัญ สุดท้ายจากที่จะโอนงบประมาณ 1 แสนล้านบาท จึงเหลือเพียงแค่ 10,328 ล้านบาท ซึ่งต้องมีคำอธิบายว่าทำไมถึงเหลือแค่นี้ และทำไปทำไม เพราะผลต่อระบบเศรษฐกิจแทบจะไม่มีเลย หากเทียบกับการโอนงบประมาณช่วงโควิด-19 ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่โอนงบประมาณได้ถึง 8 หมื่นล้านบาท

“เหมือนรัฐบาลทำเพื่อแก้เขินและแก้ต่างในการโอนงบประมาณ แก้เขินเพราะรัฐบาลเคยประกาศต่อรัฐสภาในการแถลงนโยบายว่าจะออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณ หากไม่ทำก็จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ส่วนแก้ต่างคือแก้ต่างกับศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลได้ใช้เครื่องมือทุกอย่างในการหาเงินมาแก้ปัญหาประเทศแล้วแต่ไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน ดังนั้นหากรัฐบาลไม่ออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณ ก็อาจจะมีปัญหาในการตอบศาลรัฐธรรมนูญว่า เหตุใดถึงออก พ.ร.ก.กู้เงิน โดยที่ไม่มีการออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณเลย” นายกรณ์ กล่าว