เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) น.ส. สุรีย์ญา แสงรอด หรือ โบว์ ตัวแทนกลุ่มผู้เสียหายจากโครงการหมู่บ้านออมทอง ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงผู้บังคับบัญชา เพื่อติดตามความคืบหน้าและเร่งรัดให้มีการโอนสำนวนคดีฉ้อโกงประชาชนมาอยู่ในความรับผิดชอบของ CIB โดยเร็ว
น.ส. สุรีย์ญา เปิดเผยว่า สำหรับคดีดังกล่าว เป็นกรณีพิพาทเกี่ยวกับที่ดินและอาคารซึ่งเป็นทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงประเด็นสัญญาที่เป็นโมฆะกรรม โดยมีตัวละครสำคัญและผู้ร่วมขบวนการเกี่ยวข้องหลายฝ่าย ตั้งแต่วัดชื่อดัง, เจ้าอาวาส, ไวยาวัจกร, กรรมการชุมชน ตลอดจนนายทุน ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่รัฐบางราย ในพื้นที่วัดย่าน อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ เนื่องจากชาวบ้านเชื่อว่าทางวัดมีพฤติการณ์ฉ้อโกงประชาชนเป็นปกติธุระ หลังมีการนำที่ดินที่ของวัดมาปล่อยขายให้กับชาวบ้านในลักษณะโครงการบ้านจัดสรรและให้สิทธิ์ในการเช่าที่ดินถาวร ตั้งแต่ปี 2537
แต่ภายหลังทางวัดกลับเปลี่ยนสัญญาและยื่นฟ้องขับไล่ชาวบ้าน หวังยึดอาคารบ้านเรือนของชาวบ้าน โดยกรณีดังกล่าวชาวบ้านได้แจ้งความวัดและไวยาวัจกรวัดไว้แล้ว ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากตำรวจระบุว่าเป็นคดีแพ่ง ชาวบ้านจึงไปร้องกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เมื่อปลายปีที่ผ่านมา จากนั้นพนักงานสอบสวนจึงได้เรียกชาวบ้านผู้เสียหายเข้าสอบปากคำ
ล่าสุด ทางกลุ่มผู้เสียหายได้รับหนังสือตอบกลับจากสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ซึ่งได้ประสานส่งเรื่องไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แล้ว โดยมีคำสั่งให้พิจารณาโอนสำนวนคดีจาก สถานีตำรวจภูธรบางปู (สภ.บางปู) มายังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เพื่อความโปร่งใส
ทางตัวแทนผู้เสียหายเปิดเผยว่า เนื่องจากคดีนี้มีมูลค่าผลประโยชน์จำนวนมหาศาล และมีกลุ่มทุนรวมถึงผู้มีอิทธิพลในพื้นที่เข้ามาแทรกแซง ทำให้กลุ่มผู้เสียหายเกิดความกังวลอย่างมากว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม คดีอาจถูกยื้อให้ล่าช้าจนเกิดความเสียหายหนักกว่าเดิม และที่สำคัญคือเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของกลุ่มผู้เสียหายเองด้วย
ต่อมาตัวแทนชาวบ้านได้ยื่นหนังสือเร่งรัดให้กับสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 2 ข้อคือ 1.ขอให้เร่งรัดรับช่วงต่อคดีดังกล่าว ตามหนังสือสั่งการเร่งด่วนจากสำนักนายกรัฐมนตรี 2.ขอให้เร่งออกหนังสือถึง สภ.บางปู เพื่อให้ยุติการสอบสวนในท้องที่ และทำการโอนย้ายสำนวนคดีทั้งหมดมายัง CIB โดยเร็วที่สุด เพื่อดำเนินกระบวนการทางกฎหมายอย่างตรงไปตรงมาและเป็นธรรมแก่ผู้เสียหายทุกราย
อีกหนึ่งตัวแทนผู้เสียหายวัย 90 ปี เล่าว่า ซื้อบ้านหลังนี้มามากกว่า 20 ปี สมัยตนเองอายุ 58 ปี และผ่อนบ้านหมดแล้ว ต่อมาวัดได้มีการขึ้นค่าเช่าและได้มีการออกหมายศาลขับไล่ ตนมองว่ากรณีนี้ไม่เป็นธรรมจึงมาเรียกร้องให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางทำคดีนี้เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับประชาชน เพราะหากไม่มีบ้านอยู่อาศัย ตนก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน เพราะอายุเยอะแล้ว



