เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ที่วัดกัลยาณมิตร กรมการศาสนา (ศน.) จัดประกวดโอ้เอ้วิหารราย รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ 2569 โดยมี พระพรหมกวี เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร เจ้าคณะภาค 3 เป็นประธานเปิดการประกวด พร้อมทั้งกล่าวให้โอวาท ว่า การสวดโอ้เอ้วิหารรายเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่บรรพชนไทยได้สร้างสรรค์และสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน สะท้อนถึงความงดงามของภาษาไทย และภูมิปัญญาในการถ่ายทอดหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไปสู่เยาวชนและประชาชน โดยอาศัยบทประพันธ์ในหนังสือกาพย์พระไชยสุริยาเป็นสื่อในการฝึกอ่าน ฝึกเขียน และปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมควบคู่กันไป การสวดโอ้เอ้วิหารรายจึงมิใช่เพียงการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติเท่านั้น หากยังเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ช่วยหล่อหลอมให้เยาวชนได้ซึมซับความงดงามของภาษาไทย เรียนรู้หลักคิด และคติธรรมจากวรรณกรรมไทย ตลอดจนเกิดความภาคภูมิใจในรากเหง้าทางวัฒนธรรมของตนเอง

“รู้สึกชื่นชมเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานภาครัฐ สถานศึกษา คณะครู อาจารย์ ผู้ปกครอง และชุมชน ได้ร่วมมือกันฟื้นฟูและสืบสานการสวดโอ้เอ้วิหารรายให้กลับมาเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายอีกครั้ง โดยเฉพาะการจัดการประกวดครั้งนี้ ซึ่งเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้แสดงความสามารถ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และร่วมกันสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาติให้คงอยู่สืบไป” พระพรหมกวี กล่าว
นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีศน. กล่าวว่า ศน.จัดการประกวดสวดโอ้เอ้วิหารราย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ทั้ง 3 ระดับ คือ ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา โดยรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ มีนักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมประกวด ในระดับประถมศึกษาประเภทชายล้วน จำนวน 6 ทีม หญิงล้วน จำนวน 11 ทีม และทีมผสม จำนวน 8 ทีม ระดับมัธยมศึกษา ประเภทชายล้วน จำนวน 10 ทีม หญิงล้วน จำนวน 12 ทีม และทีมผสม จำนวน 15 ทีม ระดับอุดมศึกษา จำนวน 11 ทีม โดยสถานศึกษาที่ส่งทีมเข้าประกวดโอ้เอ้วิหารราย และได้รับรางวัลทุกประเภท จะได้เข้าสวดโอ้เอ้วิหารราย ณ ศาลารายรอบพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษาตามโบราณราชประเพณีที่สืบต่อกันมาเป็นระยะเวลายาวนาน

อธิบดีศน. กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้การสวดโอ้เอ้วิหารราย เป็นธรรมเนียมทางวัฒนธรรมของไทยที่มีมาอย่างยาวนาน ควรค่าแก่การอนุรักษ์ เป็นบทสวดที่ปฏิบัติและสืบทอดต่อกันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา กรุงรัตนโกสินทร์ เป็นการอ่านกาพย์พระไชยสุริยาที่นำมาจากหนังสือมูลบทบรรพกิจ ซึ่งเป็นตำราเรียนขั้นปฐมภูมิของเด็กสมัยโบราณ เพื่อช่วยในการอ่านออกเสียงและผันวรรณยุกต์ โดยบทสวดดังกล่าวได้มีการสอดแทรกคติธรรมต่าง ๆ ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตในชีวิตประจำวันต่อไป
สำหรับผลการประกวดมีดังนี้ ระดับประถมศึกษา ทีมชายล้วน อันดับ 1 โรงเรียนเทศบาล 4 เฉลิมพระเกียรติ อันดับ 2 โรงเรียนวัดสุวรรณ อันดับ 3 โรงเรียนวัดช่องนนทรี ทีมหญิงล้วน อันดับ 1 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 64 (บ้านหนองเกตุ) อันดับ 2 โรงเรียนวัดไทร (ถาวรพรหมานุกูล) อันดับ 3 โรงเรียนมูลนิธิวัดศรีอุบลรัตนาราม ในพระอุปถัมภ์ฯ ทีมผสม อันดับ 1 โรงเรียนอนุบาลประชารัฐสามัคคี อันดับ 2 โรงเรียนเมืองสุรินทร์ อันดับ 3 โรงเรียนวัดไทร (ถาวรพรหมานุกูล)

ระดับมัธยมศึกษา ทีมชายล้วน อันดับ 1 โรงเรียนสิเกาประชาผดุงวิทย์ อันดับ 2 โรงเรียนคงทองวิทยา อันดับ 3 โรงเรียนอุทัยธรรมานุวัตรวิทยา ทีมหญิงล้วน อันดับ 1 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นนทบุรี อันดับ 2 โรงเรียนสิเกาประชาผดุงวิทย์ อันดับ 3 โรงเรียนมัธยมวัดดุสิดาราม ทีมผสม อันดับ 1 โรงเรียนวีรวัฒน์โยธิน อันดับ 2 โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย พัทลุง อันดับ 3 โรงเรียนสุรวิทยาคาร
ระดับอุดมศึกษา อันดับ 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ (ชมรมวรรณศิลป์) อันดับ 2 มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ (สาขาวิชาภาษาไทย) อันดับ 3 มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี คณะศึกษาศาสตร์



