สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ว่า กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ประกาศแผนเร่งยกระดับขีดความสามารถด้านโดรนและระบบต่อต้านโดรน เพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ


ทั้งนี้ กองทัพเกาหลีใต้มีเป้าหมายฝึกอบรม “นักรบโดรน” จำนวน 500,000 นาย และกระจายโดรนหลายหมื่นลำไปยังหน่วยทหารตามแนวชายแดน พร้อมทั้งมีแผนผลิตโดรนจำนวน 110,000 ลำ ภายในปี 2572 เพื่อประจำการในกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และนาวิกโยธิน โดยตั้งเป้าให้โดรนกลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานประจำตัวของทหารทุกนาย


นายอัน กยู-แบ็ก รมว.กลาโหมเกาหลีใต้ กล่าวว่า โดรนไม่ควรเป็นอุปกรณ์ที่จำกัดการใช้งานเฉพาะบางหน่วยอีกต่อไป แต่ควรเป็น “อาวุธประจำกายชิ้นที่สอง” ของกำลังพล พร้อมยืนยันว่า เกาหลีใต้จะใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศทั้งหมดในการผลิตโดรน เพื่อลดความเสี่ยงด้านความมั่นคงจากการพึ่งพาชิ้นส่วนของจีน


การประกาศครั้งนี้มีขึ้นในช่วงที่ทั้งเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือ เร่งพัฒนาขีดความสามารถด้านโดรน จากบทเรียนของสงครามในยูเครนและตะวันออกกลาง ซึ่งสะท้อนว่า อากาศยานไร้คนขับมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในสนามรบสมัยใหม่


ทั้งนี้ โดรนต้นทุนต่ำที่สามารถใช้งานเป็นจำนวนมาก กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าของสงคราม ขณะที่เกาหลีเหนือเองก็พัฒนาระบบอากาศยานไร้คนขับอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภัยคุกคามต่อเป้าหมายทางทหารและพลเรือนของเกาหลีใต้เพิ่มสูงขึ้น


ขณะเดียวกัน แผนดังกล่าวยังครอบคลุมถึงการขยายระบบต่อต้านโดรน เช่น อาวุธเลเซอร์และอาวุธไมโครเวฟกำลังสูง รวมถึงการปรับรูปแบบการปฏิบัติการ เพื่อให้เหล่าทัพแต่ละเหล่าสามารถใช้โดรนปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนและโจมตีได้เอง แทนการพึ่งพาศูนย์บัญชาการกลาง


นอกจากนี้ กองทัพเกาหลีใต้จะเร่งจัดหาโดรนราคาประหยัดแบบใช้แล้วทิ้งมากกว่า 20,000 ลำ พร้อมนำระบบฝูงโดรนที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และอาวุธร่อนรอโจมตีเข้าประจำการ ตลอดจนการปรับปรุงระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อเร่งนำเทคโนโลยีจากภาคเอกชนมาใช้ และผลักดันให้กองทัพเป็นผู้ซื้อรายสำคัญ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมโดรนภายในประเทศ


อนึ่ง เกาหลีใต้กำลังเผชิญกับปัญหาจำนวนประชากรลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กองทัพจำเป็นต้องพึ่งพาระบบอัตโนมัติและอากาศยานไร้คนขับมากขึ้น เพื่อรักษาขีดความสามารถทางการทหารในอนาคต.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES