จากแชร์ลูกโซ่ในอดีต สู่ยุคของ“ไลฟ์โค้ชอวดรวย” กูรูการลงทุนปลอม การชักชวนผ่านกลุ่มลับ การอ้างใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือระบบเทรดอัตโนมัติ รวมถึงการใช้เทคโนโลยี Deepfake สร้างภาพลักษณ์น่าเชื่อถือปลอม ล้วนสะท้อนว่าอาชญากรรมทางการเงินกำลังพัฒนาไปพร้อมกับโลกดิจิทัลอย่างรวดเร็ว

ในเรื่องนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์  ผิวพรรณ  โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สะท้อนผ่าน“ทีมข่าวอาชญากรรม”  ถอดรหัสกลโกงการหลอกลงทุนรูปแบบต่าง ๆ ระบาดอยู่ในปัจจุบัน พร้อมเจาะลึกวิธีคิดและเทคนิคที่มิจฉาชีพใช้สร้างความน่าเชื่อถือ ตลอดจนสัญญาณเตือนที่ประชาชนควรรู้ เพื่อไม่ให้ความหวังในการสร้างรายได้ กลายเป็น“จุดเริ่มต้น”การล้มละลายทางการเงิน

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ฉายภาพปัจจุบันที่มีบุคคลเรียกตัวเองว่า“ไลฟ์โค้ช” หรือกูรูด้านการลงทุน ออกมาเผยแพร่คอนเทนต์อวดความร่ำรวยและชักชวนประชาชนให้เข้าร่วมว่า ภาพรวมคดีหลอกลวงลงทุนขณะนี้มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ทั้งรูปแบบออนไลน์และการพบปะตัวต่อตัว ผู้เสียหายจำนวนไม่น้อยได้พบผู้ชักชวนจริง ทำให้เกิดความเชื่อถือและตัดสินใจร่วมลงทุน

รูปแบบการหลอกลวงดังกล่าวมีมาตั้งแต่อดีต และยังพบเห็นต่อเนื่องถึงปัจจุบัน เช่น คดีแชร์ลูกโซ่หรือคดีหลอกลงทุนขนาดใหญ่ และเมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้า มิจฉาชีพก็ปรับวิธีให้ซับซ้อนขึ้น มักอ้างตัวเป็น“ผู้ประสบความสำเร็จ”ด้านการลงทุน มี“สูตร”หรือ“เทคนิคพิเศษ” รวมถึงนำ  AI หรือโปรแกรมอัตโนมัติมาอ้างสร้างความน่าเชื่อถือ

“กระบวนการหลอกลวงมักเริ่มจากการล่อเหยื่อก่อน ผ่านการจัดคอร์สสอนลงทุน การสัมมนาฟรี หรือการยิงโฆษณาออนไลน์ โดยใช้ชื่อคอร์สที่น่าสนใจ เช่น พลิกชีวิตด้วยการลงทุน รวยได้ใน 99 วัน หรือคอร์สคริปโทเคอร์เรนซีสำหรับมือใหม่ เพื่อดึงดูดให้คนเข้ามาสนใจ”

จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนสร้างความน่าเชื่อถือ มีการสอนเนื้อหาจริงบางส่วน เช่น การอ่านกราฟ หรือพื้นฐานการลงทุน ควบคู่กับการเล่าเรื่องความสำเร็จของตนเอง ตั้งแต่ชีวิตที่ลำบากจนกลายเป็นเศรษฐีในระยะเวลาอันสั้น พร้อมโชว์รถหรู บ้านหรู และไลฟ์สไตล์หรู สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ติดตาม

พฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายการใช้ Social Engineering หรือ “วิศวกรรมทางสังคม” ซึ่งเป็นการออกแบบวิธีการหลอกลวงโดยอาศัยอารมณ์ของมนุษย์ ไม่ว่าความโลภ ความเชื่อใจ ความกลัว หรือความเร่งรีบ โน้มน้าวให้ตัดสินใจ ต่อมาจะเป็นการดึงเหยื่อเข้ากลุ่มปิด หรือกลุ่ม VIP ซึ่งตำรวจเรียกว่า“ห้องเชือด”

ภายในกลุ่มจะมี“หน้าม้า”คอยโพสต์สลิปลงทุน หรือผลกำไรจำนวนมาก สร้างภาพว่าทุกคนประสบความสำเร็จ ก่อนชักชวนให้เพิ่มเงินลงทุน หรือฝากเงินให้กูรูเป็นผู้บริหารจัดการแทน ช่วงแรกจะได้รับผลตอบแทนจริง แต่เป็นเงินจากสมาชิกใหม่มาหมุนให้ ก่อนที่สุดท้ายถอนออกไม่ได้อ้างปัญหาที่ระบบ เทคนิค หรือปิดบริษัทหนีไปเลย

สำหรับสินทรัพย์ที่มักนำมาใช้หลอกมากสุด ได้แก่   Forex การเทรดทองคำต่างประเทศ และคริปโทเคอร์เรนซี เพราะเป็นสินทรัพย์ที่มีความซับซ้อน ใช้ศัพท์เทคนิคจำนวนมาก และประชาชนทั่วไปเข้าถึงข้อมูลได้ยาก จึงถูกนำมาใช้สร้างเรื่องราวหลอกลวงได้ง่าย

ทั้งนี้ ปัจจุบันยังพบการใช้เทคโนโลยี AI สร้างภาพปลอม คลิปปลอม หรือเสียงปลอมของบุคคลที่มีชื่อเสียงด้านการเงิน มาเผยแพร่สร้างความน่าเชื่อถือ สร้างภาพลักษณ์ของกูรูผู้ประสบความสำเร็จผ่านการเช่ารถหรู บ้านหรู หรือคอนโดหรู เพื่อหลอกให้ประชาชนเชื่อว่ามีฐานะร่ำรวยจริง

เมื่อถามถึงสัญญาณเตือนที่ควรสังเกต พล.ต.ท.ไตรรงค์ ชี้ว่า หากพบการโฆษณาชวนเชื่อเรื่องรวยเร็ว การรับประกันผลตอบแทนสูงผิดปกติ หรือถูกดึงเข้ากลุ่ม VIP ที่มีแต่การโชว์ความสำเร็จและเร่งรัดให้ตัดสินใจ ถือเป็นสัญญาณอันตราย โดยเฉพาะกรณีที่อ้างว่ามีโอกาสพิเศษเฉพาะช่วงเวลาจำกัด หรือหากเป็นแชร์ลูกโซ่ มักเน้นชวนสมาชิกใหม่มากกว่าดำเนินธุรกิจจริง

ส่วนการดำเนินคดีกับอินฟลูเอนเซอร์ที่ร่วมโฆษณาหรือชักชวนลงทุน พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุ  สามารถทำได้ หากบุคคลดังกล่าวรู้หรือควรรู้ว่าธุรกิจนั้นมีลักษณะหลอกลวง อาจเข้าข่ายร่วมฉ้อโกงประชาชน หรือเป็นผู้สนับสนุน และความผิดอาญาอื่น เช่น พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค หรือกฎหมายฟอกเงิน

“อินฟลูเอนเซอร์ต้องระมัดระวัง ข้ออ้างว่าไม่รู้หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์อาจใช้ต่อสู้คดีได้ยาก หากพบว่าได้รับค่าจ้างสูงผิดปกติ หรือมีพฤติการณ์ที่บ่งชี้ว่าควรทราบถึงความเสี่ยงของธุรกิจดังกล่าว

พร้อมมองปรากฏการณ์ไลฟ์โค้ชชวนลงทุน สะท้อนถึงปัญหาความรู้ทางการเงินของประชาชน รวมถึงภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ทำให้หลายคนต้องการหารายได้เสริมและอยากประสบความสำเร็จทางการเงินอย่างรวดเร็ว

สถิติการรับแจ้งความคดีออนไลน์ตั้งแต่เดือนต.ค.ที่ผ่านมา พบมีคดีเฉลี่ยวันละ 1,000 คดี เสียหายวันละ 50-60 ล้านบาท และคดีที่สร้างความเสียหายสูงสุดยังคงเป็นคดีหลอกลวงด้านการลงทุน ซึ่งมักมีบุคคลที่อ้างตัวเป็นกูรูหรือไลฟ์โค้ชเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่เสมอ

อย่างไรก็ตาม หากตกเป็นเหยื่อแล้ว แนะให้หยุดโอนเงิน หยุดการติดต่อสื่อสารกับผู้ชักชวน รวบรวมพยานหลักฐาน เช่น ข้อความสนทนา สลิปโอนเงิน หรือภาพหน้าจอ และรีบแจ้งตำรวจ เพื่อประสานการอายัดบัญชีและระงับเส้นทางการเงินมิจฉาชีพ

ในยุคที่ใครก็สามารถสร้างภาพความสำเร็จได้ผ่านหน้าจอ ความน่าเชื่อถืออาจไม่ใช่สิ่งที่เห็นจากรถหรู บ้านหรู หรือยอดกำไรที่ถูกนำมาอวดในโลกออนไลน์ เพราะเบื้องหลังภาพเหล่านั้นอาจเป็นเพียงเครื่องมือที่ถูกใช้ล่อลวงเหยื่อให้เดินเข้าสู่กับดักทางการเงิน

บทเรียนจากคดีหลอกลงทุนจำนวนมากตอกย้ำว่า มิจฉาชีพไม่ได้ขายเพียงแค่การลงทุน แต่กำลังขาย“ความหวัง” ให้กับผู้คนที่อยากมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง สิ่งสำคัญที่สุดอาจไม่ใช่การมองหาผลตอบแทนที่สูงที่สุด แต่คือการตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน และไม่ปล่อยให้ความโลภนำหน้าสติ เพราะในโลกความเป็นจริง ไม่มีทางลัดสู่ความร่ำรวย และไม่มีการลงทุนใดที่ให้ผลตอบแทนสูงโดยปราศจากความเสี่ยง.

ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน