เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวบนเวทีปราศรัยใหญ่ เมือง ฟ้า อมร ทอล์ก แอนด์ เฟส ไปให้สุดหยุดที่เจมส์ อนุชา เพื่อสู้ศึกเลือกตั้ง ผู้ว่าฯกทม. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ในโค้งสุดท้าย ก่อนเลือกตั้ง 28 มิ.ย. ตอนหนึ่งถึงกทม.เป็นได้มากกว่านี้ได้ ว่า จากการลงพื้นที่ตนเห็นการสูญเสียโอกาสและเวลาไปหลายปีกับสิ่งที่ย่ำอยู่กับที่ ตนไม่ได้ตำหนิผู้ว่าฯกทม. หรือ อดีตผู้ว่าฯกทม. แต่ตนคิดว่าจะวัดความก้าวหน้าของการบริหารเมืองอย่างไร เราควรภาคภูมิใจหรือไม่ว่า 4ปีมีเรื่องร้องเรียนล้านเรื่อง ตัวชี้วัดที่ดีกว่า 4 ปีจากนี้ไป หากอนุชาเข้าไปราฟฟี่ฟองดูว์ต้องไม่มีคนไปร้องเรียน ทั้งนี้มีคนสร้างวาทกรรมว่า ตอนพรรคประชาธิปัตย์อยู่เคยทำอะไรบ้าง แต่สิ่งที่ตนจำได้วันที่นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯกทม. บริหาร คือ ทำให้รถไฟฟ้าข้ามแม่น้ำไปรับคนฝั่งธนบุรี ซึ่งทำได้ด้วยฝีมือของผู้ว่าฯกทม. จากพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงการต่อสู้ให้มีหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร นอกจากนั้นคือโรงกำจัดขยะระบบปิดที่หนองแขม โรงพยาบาลบางขุนเทียน เพื่อผู้สูงอายุ 

“ผมพยายามคิดว่า 4 ปีที่ผ่านมา เมืองเราเปลี่ยนแปลงอย่างไร แค่ 1 เดือนที่ลงพื้นที่ พบว่า 1 ชั่วโมงที่เปิดตัวนายอนุชา เจอรถไฟชนรถเมล์ 2วัน ฝนตกน้ำท่วม ถัดมาเกิดวิวาทะกลิ่นขยะที่อ่อนนุช นายอนุชามาหาเราก่อนเปิดตัว คิดให้กทม.เป็นฮับของเอไอ แต่สิ่งที่เห็นคือถนนสุขุมวิท มีแต่ร้านกัญชา ต่อจากนั้นได้ลงเรือไฟฟ้าที่กทม.ทอดทิ้ง นอกจากนั้นยังมีหลายคลองในกทม. ที่กทม.ส่งเสริมจะทำให้กทม.เป็นเมืองที่น่าอยู่ ไม่ใช่น่าเที่ยว และเป็นได้มากกว่านี้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า 1 เดือนที่ลงหาเสียง นายอนุชาไม่ได้หาเสียง แต่เตรียมตัวทำงาน สิ่งที่เห็นชัดเจนว่าควรเปลี่ยนแปลงโดยเร็ว คือ ความไม่โปร่งใสของการบริหารเมือง การมีส่วยขออนุมัติ ขออนุญาต ส่วนคนที่บอกว่าหากมีหลักฐานให้ส่งหลักฐานมา ไม่ควรบริหารกทม.อีกต่อไป ทั้งนี้การเลือกตั้งไม่ได้มีแค่นายอนุชาเท่านั้น แต่มีทีม ส.ก. ผู้บริหารพรรคที่พร้อมทำงานเพื่อคนกทม. 

“ไม่ต้องห่วง เพราะจะทำงานไม่ว่าอยู่ในสถานะใด ทั้งนี้นักการเมืองที่เป็นสส.กทม.มีเกือบทุกเขต ที่มีใจพร้อมทำงานให้คนกทม. หากนายอนุชาเป็นผู้ว่าฯ พร้อมจะรับเป็นทีมงาน แต่ไม่ต้องเป็นนักการเมือง แต่ทุกเขตมีอดีตประธานสาขา เป็นสมาชิกพรรค แม้สอบตกจาก ส.ก.มาหลายครั้งยังพร้อมทำงานเพื่อคนกทม. อย่างต่อเนื่องหลายปี ผมยืนยันว่าคนเหล่านี้ตั้งใจทำงานเป็นทีม เป็นพรรคที่มีความรับผิดชอบร่วมกัน เราประกาศเป็นนักการเมืองที่มีความรับผิดชอบทางเมืองอย่างชัดเจน เพื่อเป็นทางเลือกให้คนกทม. ผมเห็นป้ายที่ตกใจเพราะเขียนว่าเลือก ส.ก.อิสระทั้งทีม ทำให้สงสัยว่าอิสระแบบไหนมีทีม และใครส่ง ซึ่งผมมองว่าอยู่นอกปฐพี เพราะแข็งแกร่งว่าผู้ว่าฯชัชชาติ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า นายอนุชามีความพร้อม มีความตั้งใจและนโยบายที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงจากสิ่งที่เป็นอยู่ ทั้งนี้ 5 เรื่องที่อยู่ในนโยบาย คือเป้าหมายของพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนี้สิ่งที่คิดว่าเป็นได้มากกว่านี้ ทั้งนี้นายอนุชาที่ตัดสินใจลงสมัครผู้ว่าฯกทม. ในนามพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะฝ่ายค้าน แม้คะแนนจะตาม เพราะนายอนุชาตัดสินใจแน่วแน่ว่าคนที่จะกำหนดแพ้ ชนะ คือ ประชาชน ไม่ใช่โพล และสิ่งสำคัญคือ ต้องการทำความตั้งใจ หากชนะ ได้ทำ แต่วันนี้ที่ภาคภูมิใจ แม้ไม่ชนะ แต่คนชนะอย่างไรก็หนาว เพราะจะถูกกดดันจากนโยบาย วิสัยทัศน์ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นไปได้ และจะอ้างว่าอยู่นอกเหนืออำนาจผู้ว่าฯกทม.ไม่ได้ ซึ่งนายชัชชาติ จะถูกกดดันจากสิ่งที่ยืนยันว่า การผิดปกติของการบริหารงบประมาณที่โปร่งใสกว่านี้ต้องเกิดขึ้น หากระบอบอากงมีจริง หากชนะระบอบอากงอยู่ต่อไปไม่ได้

“ทำไมต้องให้เขาชนะ เพราะคนที่เปิดประเด็นด้วยข้อมูลจากการตรวจสอบแบบวิทยาศาสตร์ ต้องได้รับการแก้ไขโดยคนที่เปิดข้อมูล คือ นายอนุชา ทั้งนี้ถึงเวลาที่ต้องให้เมืองเดินไปข้างหน้า น่าอยู่ น่าเที่ยว ให้การเมืองสะอาด สุจริต โปร่งใส เป็นความมุ่งมั่นของชาวประชาธิปัตย์” นายอภิสิทธิ์ กล่าว.