เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.นายทศพร เวชศิริ นายกสมาคมเมกเกอร์ประเทศไทย(Maker Association of Thailand)  เปิดเผยระหว่างการจัดงาน MAKERTHON ในงาน SITE 2026 (Startup & Innovation Thailand Expo 2026) จัดโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติหรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ว่า สมาคมเมกเกอร์ประเทศไทย ซึ่งเป็นที่รวมตัวกันเมกเกอร์ด้านนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์จะร่วมมือกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เพื่อพลิกโฉมกลุ่มเมกเกอร์ให้ก้าวไปสู่การเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมเชิงพาณิชย์ที่จับต้องได้ หลังจากที่สมาคมฯ ได้รับการสนับสนุนจาก NIA ให้พื้นที่จัดแสดงในงานSITE 2026 เพื่อให้เมกเกอร์ที่มีตั้งแต่เยาวชน นักประดิษฐ์ นักนวัตกรรม นักวิจัยจนถึงอาจารย์มหาวิทยาลัยได้แสดงศักยภาพและปล่อยของกันอย่างเต็มที่ โดยตนได้หารือกับ ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผอ.NIA  เพื่อหาแนวทางในการขับเคลื่อนวงการนวัตกรรมไทยในระยะยาว  โดยมีไฮไลต์ที่น่าตื่นเต้นคือ แนวทางการจัด “เมกเกอร์สัญจร” กระจายการจัดกิจกรรมในรูปแบบเมกเกอร์แฟร์ออกไปตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อทลายข้อจำกัดเดิมๆ ที่งานนวัตกรรมมักจะกระจุกตัวอยู่เพียงแค่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร การเดินสายทั่วประเทศนี้จะช่วยปลุกกระแส สร้างแรงบันดาลใจ และค้นหาช้างเผือกนักประดิษฐ์หน้าใหม่ในทุกภูมิภาค 

นายกสมาคมเมกเกอร์ประเทศไทย กล่าวต่อว่า  นอกจากนี้ ทั้งสองหน่วยงานยังมีเป้าหมายเชิงรุกร่วมกันในการปั้น “ฮาร์ดแวร์สตาร์ตอัป” (Hardware Startup) สัญชาติไทยให้แจ้งเกิดในระบบนิเวศธุรกิจ โดยสมาคมเมกเกอร์ฯ จะทำหน้าที่เป็นเสมือน “ต้นน้ำ” ที่คอยเฟ้นหา บ่มเพาะ และเปลี่ยนผ่านไอเดียจากศูนย์ให้กลายเป็นต้นแบบ ก่อนจะส่งไม้ต่อให้กับ NIA ในการผลักดันเข้าสู่โปรแกรมการบ่มเพาะธุรกิจสตาร์ตอัปต่อไป ซึ่งนับเป็นการผสานจุดแข็งที่ลงตัว เนื่องจากนายกสมาคมฯ เองก็มีประสบการณ์ตรงในฐานะผู้ก่อตั้งฮาร์ดแวร์สตาร์ตอัปเช่นเดียวกัน

“นอกเหนือจากยุทธศาสตร์ความร่วมมือที่เข้มข้นกับ NIA แล้ว สมาคมฯ ยังคงเดินหน้าทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการตอบสนองนโยบายของกระทรวง อว. เพื่อผลักดันเทคโนโลยีและสิ่งประดิษฐ์ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ (Product) ที่สามารถนำไปต่อยอดและใช้งานได้จริงในภาคอุตสาหกรรม โครงการเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากเครือข่ายสถาบันการศึกษา คณาจารย์จากหลากหลายมหาวิทยาลัย และชมรมเมกเกอร์ (Maker Club) ในระดับท้องถิ่นที่รวมตัวกันอย่างเหนียวแน่น ซึ่งพลังแห่งความร่วมมือแบบไร้รอยต่อจากทุกภาคส่วนนี้ จะเป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่าศักยภาพของเมกเกอร์ไทยนั้นก้าวไกลและแข็งแกร่งจนได้รับการยอมรับว่าเป็นอันดับสองของเอเชียรองจากประเทศญี่ปุ่น พร้อมทั้งเป็นกุญแจสำคัญที่จะพลิกโฉมประเทศไทยจากการเป็นเพียงผู้บริโภค ให้กลายเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมชั้นนำได้อย่างยั่งยืน” นายทศพร กล่าว