ออกมาเปิดใจครั้งแรก “ติณติณ นิวคันทรี่” หลังผ่านมรสุมครั้งใหญ่ เผยความรู้สึกหลังผลตรวจ DNA ออก พร้อมควงเพื่อนซี้ “นีโอบ้านดำ” เผยความสนิท จากไม่ชอบขี้หน้าสู่เพื่อนแท้ ที่อยู่ในทุกช่วงเวลา ย้อนเล่าความผูกพันเสมือนอาหลานแท้ๆ กับ “ก๊อท จักรพันธ์” เจ้าชายลูกทุ่ง ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี “ดีเจพุฒ พุฒิชัย” และ “ธัญญ่า ธัญญาเรศ” เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ก๊อท เผยว่า “การที่เรารู้เรื่องทีหลัง หลังเหตุการณ์มันเกิดขึ้นแล้ว พอติณมาปรึกษาเราก็หาความจริงก่อนเลยว่ามันเป็นยังไง เป็นอย่างที่เขาว่าจริงมั้ย เกิดอะไรขึ้น ทางพี่มดก็ให้ไปตรวจเลย ที่ผมเข้ามาคือเรื่องยาเสพติดและพรากผู้เยาว์ มันคืออนาคต แล้ววันนั้นทุกอย่างมันย่ำแย่หมด วันนั้น มันเกิดผลกระทบเป็นวงกว้างในการทำงานทุกอย่าง ต้องบอกว่าผมไม่ใช่เจ้าของค่ายนะ ผมแค่สร้างงานให้เขา เด็กๆ อยู่กับแกรมมี่อยู่แล้ว หลายคนจะมองว่าผมเข้ามาเรื่องนี้ ผมมีผลประโยชน์ ไม่ได้มีผลประโยชน์อะไรเลยครับ มันเป็นจุดประสงค์แรกตั้งแต่ทำโปรเจกต์คืออยากให้อนาคตเด็กกลุ่มนึงเป็นตัวแทนเราเจ้าชายลูกทุ่งควรมีทายาทต่อไปหรือเปล่า เราก็เลยทำงานกันมา แล้วตลอดเวลาทำไมถึงมีความผูกพันกับติณ จริงๆ ผมผูกพันกับเด็กทุกคนที่อยู่ในโปรเจกต์ เราทำงานช่วงโควิดแล้วมันไปไหนไม่ได้ ต้องเก็บตัวกัน กลายเป็นว่าเด็กก็ผูกพันกัน เราก็ผูกพันกับเด็ก คนดูแลก็ผูกพัน อยู่ในค่ายสองสัปดาห์แล้วแยกย้ายกลับ กลับมาทีก็ซ้อม ตรวจโควิดหาความปลอดภัยแล้วเราก็มาต่อ ช่วงโควิดมันก็ทำงานยากลำบาก ก็ยิ่งแน่นแฟ้น”

“แล้วติณเข้ามาทีหลังสุด คนมาก่อนหน้าหลายคน พอเจอเรื่องเต้นสายลูกทุ่งอาจไม่ถนัด ถอดใจไปก็มี แต่ติณเขามีองค์ประกอบที่พร้อม เขาเข้ามาทีหลังแต่ตั้งใจมาก คนอื่นมาเป็นปีแล้ว ติณเขามาทีหลัง แต่ก็พยายามตามให้ทัน แต่เขาเหมือนคนที่ตอบช้าทุกอย่างช้า ดีเลย์ ก็เลยโฟกัสให้เขาเป็นพิเศษ เฮ้ย ติณ ตื่นๆ ฉายาเขาสลอธนะครับ เขาดีเลย์ ถามอะไรไปต้องให้เวลาเขาประมวล เขาเป็นแบบนี้ครับ”

“แล้วอยู่ในกลุ่มเพื่อนเราทำงานจะแบ่งท่อนร้อง ผมเป็นนักร้องมาก่อนอยากให้ทุกคนได้ความเท่าเทียม เราก็ให้ทุกคนพูดหมดเลย เวลาทำเพลงหนึ่งเพลง ใครอยากร้องท่อนไหนทำอะไร แต่ติณเขาเป็นคนไม่เลือกเลย ใครอยากร้องท่อนไหนร้องเลย ที่เหลือเราร้องเอง เราก็รู้สึกเด็กคนนี้ใจว่ะ ใช้ได้เลยว่ะ เป็นความที่เราเมตตาเขา อย่างน้อยเป็นเราคนนึงที่กระตุ้นเขา เพราะเราอยากให้งานออกมาดีที่สุด”

ก๊อท เล่าต่อว่า “ทุกวันนี้ที่ผมออกมาทำอะไรก็แล้วแต่ ไม่ใช่ว่าอยู่วงการมา 40 กว่าปี แล้วไม่ดูตาม้าตาเรืออะไร แล้วเหมือนที่คนว่า ว่าหน้าหงายหน้าอะไร จริงๆ แล้ว ผมมาด้วยความจริงครับ ชีวิตผม 40 กว่าปี เรื่องแบบนี้ผมเจอมาหมดแล้วครับ ฉะนั้นผมรู้ว่าเจตนาต้นเรื่องเป็นยังไง แต่ผมแก้ปัญหาคือสารเสพติดกับพรากผู้เยาว์มันติดคุกนะครับ แล้วเป็นความฝันของเขา ชีวิตเขาคือดนตรี ก็รู้สึกว่าเมื่อเราเช็กทุกอย่างชัดเจนแล้วก็ต้องออกมาพูด เพื่อให้เส้นทางที่เขาเดินไป ติณพูดมาคำนึงตอนที่ทุกอย่างแย่มากๆ ก่อนมีโอกาสพูด ถามว่าติณต้องการยังไงกับชีวิตตัวเอง ฝั่งโน้นพูดไปแล้ว ติณอยากพูดมั้ย”

“เขาบอกเขาอยากพูดฝั่งเขา แล้วคำนึงเขาบอกว่านี่อาจเป็นคำพูดครั้งสุดท้ายของเขา ฟังแล้วรู้สึกยังไง ผมในฐานะดูแลเด็ก ผมก็โอย ผมก็ไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้นเลย ก็พยายามให้น้องมาพูดอย่างน้อยเป็นความจริงฝั่งนี้ มันไม่ได้พูดลอยๆ หรือใครบอกเล่ามา มันเป็นคำพูดที่พูดจากแชตทั้งหมด แล้วผมมีหลักฐานเป็นแชตเต็มมือไปหมดนะ ที่เปิดมันน้อยมาก แล้วผมพูดตั้งแต่แรกว่าคนนี้ลูกเอ็ง จำไว้นะ ลูกเอ็งแน่นอน จากทุกอย่างที่เห็นมาแล้ว เอ็งเตรียมรับขวัญเลย อาก๊อทเตรียมรับขวัญเลย ผมพูดตั้งแต่แรกไม่เคยปฏิเสธการดูแลทั้งสิ้นนะครับ ถ้าเข้ามาตั้งแต่แรกด้วยการบอกว่าท้องจะจบสวยงามมาก วันนี้จะมีความสุขความแฮปปี้เลย แต่การต้องไปนั่งเคลียร์อธิบายว่าไม่ได้ทำสิ่งเหล่านั้น มันไปกันใหญ่ครับ”

“ถ้าวันนี้ผมพูดว่าติณเด็กดี เขาก็จะด่า เป็นไงล่ะลูกมึXดีสิ ก็เจอด่าเยอะนะครับ (หัวเราะ) แต่อยากจะบอกว่าเด็กๆ ทุกคนที่เข้ามาในโปรเจกต์ ต่างคนต่างนิสัย ผมเชื่อว่าผมทำอะไร ผมทำเท่าเทียมอยู่แล้ว ถ้าเด็กคนอื่นเจอแบบนี้ ต่อให้เปรี้ยว ซ่า เป็นตัวตนเขา แต่ถ้าหลักฐานถูกต้องเป็นจริง ผมก็โปรเทคทุกคนแหละครับในฐานะสร้างกันขึ้นมา พอเจอกระแสแบบนี้จะไปไงต่อยังไม่รู้ แต่ยังไงก็แล้วแต่วันนี้ติณติณพร้อมรับผิดชอบทุกอย่าง อยากให้ทุกอย่างจบแล้วไปโฟกัสที่น้องให้เติบโตมาอย่างสวยงาม ตอนนี้อยากทำสิ่งเดียวคือพยายามวางการทำงาน ซึ่งผมไม่ได้เกี่ยวข้อง แต่เมื่อหมดสัญญาแล้วผมก็ประคองช่วยเหลือแหละ ให้ติณติณมีเส้นทางทำงานที่สวยงาม สามารถดูแลเด็กคนนึงให้ดีที่สุดในชีวิตของเขาครับ”

ติณติณ เผยว่า “ที่อยากบอกอาก๊อทก็คือ ผมก็รักและเคารพอา อาก๊อทรักทุกคนแหละ”