เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ที่วัดกมลศรี ตำบลกะลาเส อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง พระสงฆ์ นำโดยพระใบฎีกาชำนาญ เจ้าคณะตำบลไม้ฝาด และเจ้าอาวาสวัดกมลศรี พร้อมด้วยคณะศิษยานุศิษย์ ญาติ และพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมประกอบพิธีทำบุญตักบาตรและพิธีเปลี่ยนผ้าจีวรให้แก่ พระครูกมลวรการ หรือ หลวงปู่เงื่อม อังสุกาโร อดีตเจ้าอาวาสวัดกมลศรี เนื่องในวันคล้ายวันมรณภาพ

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีสงฆ์ พระสงฆ์ได้อัญเชิญสรีระของหลวงปู่เงื่อมออกจากโลงแก้ว เพื่อเปลี่ยนจีวรจากผืนเดิมเป็นจีวรผืนใหม่ โดยสรีระของท่านซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในองค์มหาเจดีย์ของวัด ยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ มีสีเหลืองทองอร่าม ใบหน้ายังมีเค้าโครงเดิม เนื้อหนังไม่เน่าเปื่อย แม้จะแห้งและหดตัวไปตามกาลเวลา ขณะที่ดวงตา ฟัน เล็บมือ และเล็บเท้า ยังคงอยู่ครบถ้วน สร้างความอัศจรรย์และความศรัทธาแก่ผู้ที่ได้พบเห็น

พระครูกมลวรการ หรือหลวงปู่เงื่อม อังสุกาโร มรณภาพอย่างสงบเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2552 สิริอายุ 82 ปี พรรษา 51 ต่อมาเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2552 ได้มีการประกอบพิธีฌาปนกิจ แต่เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความประหลาดใจแก่ผู้ร่วมพิธี เมื่อเพลิงเผาไหม้ได้เพียงประมาณ 10 นาที ก่อนจะดับลงโดยไม่ทราบสาเหตุ และสรีระของหลวงปู่ไม่ได้ถูกไฟเผาไหม้แต่อย่างใด จึงมีการอัญเชิญสรีระบรรจุไว้ในโลงแก้วภายในวัด เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบสักการะเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

นายจรูญ ยอดสนิท อายุ 80 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เล่าว่า สมัยที่หลวงปู่เงื่อมยังมีชีวิตอยู่ ท่านเป็นพระเถระที่ชาวบ้านให้ความเคารพศรัทธาอย่างยิ่ง ด้วยความเมตตาและเสียสละ คอยช่วยเหลือผู้คนโดยไม่เลือกฐานะ ทั้งการรักษาผู้เจ็บป่วยด้วยภูมิปัญญาพื้นบ้าน การให้กำลังใจผู้ที่กำลังสอบเข้ารับราชการหรือศึกษาต่อ รวมถึงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชนมาโดยตลอด

ก่อนมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดกมลศรี หลวงปู่เงื่อมจำพรรษาอยู่ที่วัดไม้ฝาด กระทั่งวัดกมลศรีขาดเจ้าอาวาส ท่านจึงเดินเท้ามารับตำแหน่ง เนื่องจากในสมัยนั้นการคมนาคมยังไม่สะดวก นอกจากนี้ ท่านยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาวัดกมลศรีให้เจริญรุ่งเรือง จนกลายเป็นศูนย์กลางการประกอบศาสนกิจและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้านในพื้นที่

แม้หลวงปู่เงื่อมจะมรณภาพมาแล้วกว่า 17 ปี แต่คุณงามความดี ความเสียสละ และบารมีของท่าน ยังคงเป็นที่กล่าวขานและประทับอยู่ในความทรงจำของลูกศิษย์และพุทธศาสนิกชนผู้เลื่อมใสศรัทธาอย่างไม่เสื่อมคลาย