เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ที่รัฐสภา นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยตั้งคำถามสำคัญว่า งบประมาณฉบับนี้กำลังเป็น “งบไร้อนาคต” ที่อาจทำให้ประเทศไทยตกขบวนเทคโนโลยีโลก เนื่องจากขาดวิสัยทัศน์ในเชิงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ซึ่งการจัดงบกระจัดกระจายและซ้ำซ้อน พบว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้รับงบ 13,625 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 30% คิดเป็นสัดส่วน 0.36% ของงบทั้งประเทศ แต่กว่า 65% กระจุกตัวอยู่ในโครงการระบบ Cloud ภาครัฐ (GDCC) ที่ตั้งงบสูงถึง 5,000 ล้านบาท

และยังพบว่ามีความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น ๆ เช่น กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข และการอุดมศึกษาฯ ที่มีการแยกเช่าระบบ Cloud ของตัวเองอีก 55 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 1,530 ล้านบาท นอกจากนี้ งบด้านไอทีภาพรวมทั้งประเทศที่มีสูงถึง 51,000 ล้านบาท โดยไม่มีแผนที่นำทาง (Roadmap) หรือพิมพ์เขียวที่ชัดเจน สะท้อนว่าผู้บริหารกระทรวงทำหน้าที่เสมือนหัวหน้าฝ่ายจัดซื้อมากกว่าผู้กำหนดกลยุทธ์ประเทศ

นอกจากนี้งบ AI ติดป้ายปลอม-ไม่ตรงปก จากการตรวจสอบงบ ที่ระบุคำว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) 2,583 ล้านบาท รวม 198 รายการ ใน 91 หน่วยงาน พบว่ากว่า 90% ระบุเป็นงบลงทุน แต่เมื่อเจาะลึกเนื้อหาภายในกลับเป็นการนำเงินไปใช้สร้างห้องเรียน ซื้อครุภัณฑ์ และสร้างอาคาร ซึ่งไม่ใช่การลงทุนเพื่อสร้างผลสัมฤทธิ์หรือพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้าน AI อย่างแท้จริง แต่เป็นเพียงการแปะป้ายเพื่อขออนุมัติงบ

นางการดี กล่าวอีกว่า รัฐบาลชุดนี้ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนใน 5 ด้านหลัก ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับชาติ ข้อมูลสำหรับ Train AI การต่อยอดสู่ภาคเอกชน การยกระดับทักษะแรงงาน และธรรมาภิบาล AI (AI Governance) โดยได้เตือนว่าหากยังไม่มีการวางรากฐานที่ดี ประเทศไทยจะประสบปัญหาซ้ำรอยวิกฤติ E-Commerce ต่างชาติที่เข้ามาทำลายโครงสร้าง SME ไทย และภายใน 3 ปีข้างหน้า ข้อมูลความมั่นคงและเทคโนโลยี AI ของประเทศอาจจะตกไปอยู่ในมือของกลุ่มทุนต่างชาติทั้งหมด จนคนไทยไม่สามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้เลย

“ถ้าวันนี้เราไม่วางโครงสร้างพื้นฐานและยุทธศาสตร์ที่ดี บทเรียนจาก E-Commerce จะกลับมาหลอนเราเรื่อย ๆ จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันทบทวนและแก้ไข เพื่อเปลี่ยนงบประมาณไร้อนาคตฉบับนี้ ให้เป็นโอกาสในการขับเคลื่อนประเทศไปด้วยกัน” นางการดี กล่าว.