ต่อมาเวลา 16.00 น. วันที่ 29 มิ.ย. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาเรื่องด่วนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท วาระแรก ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ เป็นวันแรก
นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า งบลงทุนในรายจ่ายปี 2570 มีต่ำมากแค่ 13% ลดลง 13% เมื่อเทียบกับงบรายจ่ายปี 2569 มีปีศาจซ่อนอยู่ในรายละเอียด โดยงบลงทุน อันดับ 1 ยังเป็นเรื่องสร้างถนน มี 99.2% เป็นของกระทรวงคมนาคม อยู่ในมือนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม เป็นมูลค่า 142,956 ล้านบาท เป็นขุมทรัพย์ทุนการเมืองที่สำคัญของรัฐบาลทุกสมัย
“รัฐมนตรีสายดาร์กมักได้ครอบครองเก้าอี้นี้ เพราะมีค่าต๋ง ทำให้รัฐบาลกลางหวงอำนาจ ไม่กระจายให้ท้องถิ่น งบถนนเป็นขุมทองให้พรรคการเมืองที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ขณะที่ฝั่งผู้ประกอบการก่อสร้างกำลังใกล้ตาย แต่ยังมีคนกลุ่มหนึ่งกินหรูอยู่สบายคือผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสาขางานก่อสร้างทางและสะพานพิเศษ หรือผู้รับเหมาชั้นพิเศษ มี 83 ราย นายกฯ ทราบเรื่องนี้ดี เพราะเป็นคนในวงการ บริษัทครอบครัวนายกฯ เป็น 1 ใน 83 ราย ทราบดีว่าความพิเศษคืออะไร แวดวงชั้นพิเศษมักได้โครงการมาตลอด ปี 2569 มี 69 โครงการ และปี 2570 มีอีก 70 โครงการใหม่
แม้ปีนี้งบลงทุนน้อย แต่ชนชั้นพิเศษ ก็ยังมี 70โครงการ ได้งบไปแบ่งกัน 8,385 ล้านบาท และสร้างภาระผูกพันปีต่อๆ ไปอีก 51,846 ล้านบาท เค้กก้อนใหญ่นี้จัดให้เฉพาะชนชั้นพิเศษเท่านั้น หน่วยงานมีหน้าที่ประเคนเค้กให้ชนชั้นพิเศษเพียงพอต่อการแบ่ง หากจัดไม่พอแบ่ง อธิบดีมีโอกาสโดนเด้งสูง”
นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า ด้วยความที่ปีนี้งบลงทุนน้อย จึงมีการเบี้ยวเกณฑ์ ปรับเกณฑ์การก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ จากเดิมที่ต้องได้รับการจัดสรรงบในปีแรก ไม่ต่ำกว่า 15% ของวงเงินรายจ่ายทั้งหมด เหลือ 10% โดยมี 10 โครงการไม่ทำตามระเบียบ แอบลดงบปีแรกเหลือ 10% เป็นงานของชั้นพิเศษล้วน เชื่อว่าจะมีการใช้มติ ครม. ทำให้การเบี้ยวเกณฑ์เป็นเรื่องถูกต้อง หัวโต๊ะ ครม. เป็นดีเอ็นเอของชั้นพิเศษ เหตุใดจะไม่ช่วยกัน คำถามคือ ใครเป็นคนเบี้ยวเกณฑ์ สำนักงบประมาณ กรมทางหลวง หรือฝ่ายการเมือง หรือ 3 ฝ่ายร่วมกัน
“ฝากข้าราชการอย่าเสี่ยงตายเบี้ยวเกณฑ์เพื่อชนชั้นพิเศษ ควรเลิกกีดกันปล่อยให้มีการแข่งขันที่แท้จริงในชั้นพิเศษ คนที่รวยไม่ใช่ผู้รับเหมา แต่เป็นคนเก็บค่าต๋ง อยากให้นายพิพัฒน์ ประกาศกลางสภาว่า ปีนี้งดรับค่าต๋ง ไม่เก็บส่วย ห้ามใครเอาชื่อไปแอบอ้าง อย่าพูดเหมือนตอนพบผู้บริหารกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2569 ที่บอก ถ้าผ่านวิกฤติไปได้ พวกเราจะเสวยสุขไปพร้อมๆ กัน ทุกวันนี้ท่านก็รวยไม่ไหวแล้ว ควรพูดว่าจะยกเลิกส่วยก่อสร้าง ไม่ต้องจ่ายทีมหนู ทีมเนอีกต่อไป” นายสุรเชษฐ์ กล่าว



