เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ(ทสภ.) แจ้งว่า ทสภ.ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีลูกเรือสัญชาติไทย ถูกเจ้าหน้าที่ประเทศออสเตรเลียควบคุมตัวภายหลังตรวจพบยาเสพติดในสัมภาระแล้ว โดยพบว่า สัมภาระของลูกเรือดังกล่าวได้ผ่านการตรวจด้วยเครื่องเอ็กซเรย์ตรวจสัมภาระในระบบสายพานลำเลียงสัมภาระขาออก โดยระบบแสดงผลการตรวจสอบ “ไม่พบวัตถุระเบิด และสารระเบิด” สัมภาระดังกล่าวจึงเข้าสู่กระบวนการลำเลียงสัมภาระขึ้นอากาศยานต่อไป ทั้งนี้ระบบสายพานลำเลียงสัมภาระขาออก เป็นระบบเอ็กซเรย์ตรวจจับวัตถุระเบิดอัตโนมัติ (Explosive Detection System : EDS) ซึ่งตรวจจับวัตถุระเบิด และสารระเบิดเป็นหลัก มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันภัยคุกคาม และการก่อวินาศกรรมที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของการบินพลเรือน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทสภ. ได้ดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัย และมาตรการสกัดกั้นยาเสพติดอย่างเข้มงวด ทั้งเที่ยวบินขาเข้า และขาออก โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานภายใต้โครงการสกัดกั้นยาเสพติดผ่านท่าอากาศยาน (Airport Interdiction Task Force : AITF) ประกอบด้วย สำนักงาน ป.ป.ส. กรมศุลกากร กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 และสถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการสืบสวน ข่าวกรอง การวิเคราะห์ความเสี่ยง และการคัดกรองผู้ต้องสงสัยอย่างเข้มข้น
ทั้งนี้ ทสภ. น้อมรับข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เพื่อนำมาศึกษา และพัฒนาการดำเนินงานด้านการรักษาความปลอดภัย และการสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมทั้งจะประสานความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคง และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางยกระดับมาตรการป้องกัน ปราบปราม และสกัดกั้นการลักลอบนำเข้า–ส่งออกยาเสพติดผ่านท่าอากาศยานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ที่ผ่านมา ทสภ. ได้มีการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคง และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การสกัดกั้นและปราบปรามการลักลอบนำเข้า–ส่งออกยาเสพติดมีผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม โดยในช่วงปี 2568 จนถึงปัจจุบัน สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดที่ลักลอบนำเข้า–ส่งออกยาเสพติดผิดกฎหมายผ่าน ทสภ. ได้รวมกว่า 23 ราย ของกลางยาเสพติดรวม 211 กิโลกรัม(กก.)
ทสภ. ขอยืนยันว่า พร้อมให้ความร่วมมือ และสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทุกภาคส่วนอย่างเต็มที่ เพื่อร่วมกันสกัดกั้น และปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ตลอดจนยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของท่าอากาศยานไทยให้เป็นที่เชื่อมั่นในระดับสากลต่อไป



