เมื่อวันที่ 1 ก.ค. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า ในการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570  ของสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย. จนถึงวันที่ 1 ก.ค. รัฐบาลเข้าใจข้อห่วงใยของ สส.และประชาชนต่อภาพรวมงบประมาณ โดยเฉพาะประเด็นงบลงทุนและการขาดดุล แต่ขอย้ำว่าการจัดทำงบประมาณครั้งนี้เป็นการจัดทำแบบมุ่งเป้า จัดลำดับความสำคัญใหม่ภายใต้ข้อจำกัดทางการคลัง โดยคำนึงถึงทั้งการดูแลประชาชน การรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ วินัยการเงินการคลัง และการลงทุนเพื่ออนาคตประเทศ 

สำหรับประเด็นงบลงทุน แม้ในปี 2570 ที่ 789,171.5 ล้านบาท จะลดลงจากปี 2569 จำนวน 72,564.8 ล้านบาท หรือ 8.4% แต่ไม่ได้หมายความว่าประเทศลดการลงทุน เพราะยังมีการลงทุนผ่านเครื่องมืออื่น ทั้งงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ 286,682 ล้านบาท โครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) จำนวน 40,631 ล้านบาท และกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน TFFIF อีก 10,000 ล้านบาท รวมเม็ดเงินลงทุนเพิ่มเติมมากกว่า 330,000 ล้านบาท

น.ส.รัชดา กล่าวอีกว่า ในขณะการจัดทำงบประมาณขาดดุล ก็ไม่ได้ขาดดุลเพื่อใช้จ่ายอย่างไร้ทิศทาง แต่ขาดดุลเท่าที่จำเป็น เพื่อพยุงเศรษฐกิจในช่วงที่ยังมีแรงต้าน ดูแลประชาชนและกลุ่มเปราะบาง พร้อมลดขาดดุลอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยปี 2570 ตั้งงบขาดดุล 788,000 ล้านบาท ลดลงจากปี 2569 ที่ 860,000 ล้านบาท หรือจาก 4.4% ของ GDP เหลือ 3.9% ของ GDP

รายจ่ายลงทุนที่แท้จริงไม่ได้หมายถึงถนน อาคาร หรือสิ่งก่อสร้างเท่านั้น แต่รวมถึงรายจ่ายที่เปลี่ยนเงินงบประมาณวันนี้ให้กลายเป็นทุนและศักยภาพของประเทศ เช่น ครุภัณฑ์ ที่ดิน สิ่งก่อสร้าง ทรัพย์สินไม่มีตัวตน สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า รวมถึงเงินอุดหนุนหรือเงินโอนเพื่อสร้างสินทรัพย์ทุน โดยยึดตามหลักเกณฑ์งบประมาณและมาตรฐานสากลด้วย 

น.ส.รัชดา กล่าวด้วยว่า สำหรับงบประมาณภายใต้นโยบาย 10 พลัส วงเงินรวม 1,232,984.5 ล้านบาท รัฐบาลมุ่งดูแลทั้งคนตัวเล็ก ผู้สูงอายุ ชุมชน การศึกษา SMEs การค้า เศรษฐกิจสีเขียว AI และการลงทุนที่สร้างอนาคต โดยมีงบด้านสวัสดิการ การศึกษา และสาธารณสุขที่ส่งตรงถึงชีวิตประชาชน 639,853.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 43,277 ล้านบาท

ทั้งนี้ งบประมาณปี 2570 มีวงเงินรวม 3,788,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 7,400 ล้านบาท หรือ 0.20% จึงไม่ใช่งบประมาณที่หว่านเงิน แต่เป็นงบที่จัดลำดับความสำคัญใหม่ แม่นยำขึ้น ตรงเป้าหมายขึ้น และรับผิดชอบมากขึ้น เพื่อดูแลคนที่ต้องดูแล รักษาวินัยการคลัง และไม่หยุดลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ