สร้างความสั่นสะเทือนระดับประเทศจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ หลังแอร์โฮสเตสสาวชาวไทย วัย 26 ปี ถูกจับกุม ณ ท่าอากาศยานนานาชาติเมลเบิร์น พร้อมของกลางเฮโรอีนที่ซุกซ่อนอย่างแนบเนียนในถุงผ้าของฝาก คดีนี้ไม่เพียงแต่เป็นข่าวดังในหน้าสื่อ
แต่ถ้าเราลองย้อนกลับไปมองเพียงแค่ครึ่งปีแรกของปี 2569 จะพบว่า ทางการออสเตรเลียสามารถจับกุมคดีลักลอบนำเข้ายาเสพติดที่มีต้นทางจากประเทศไทยได้อย่างน้อย 6 คดีหลัก มีผู้ต้องหาถูกจับกุมและตั้งข้อหาอย่างน้อย 10 ราย ตรวจยึดของกลางรวมน้ำหนักกว่า 82 กิโลกรัม (ประกอบด้วยเฮโรอีน เมทแอมเฟตามีน หรือยาไอซ์ และสารควบคุมอื่นๆ) คิดเป็นมูลค่าในตลาดมืด สูงกว่า 40 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 920 ล้านบาท) โดยทาง SBS Thai ได้นำเสนอ 6 คดีดังกล่าว ดังนี้..

6 กรณีการลักลอบขนยาเสพติดจากไทยสู่ออสเตรเลีย
กรณีที่ 1 ซุกซ่อนยาเสพติดรวม 42 กิโลกรัม ณ สนามบินซิดนีย์ (23 มกราคม 2569)
โดยพบผู้ต้องหา ชายชาวออสเตรเลียจำนวน 3 ราย (อายุ 22 ปี) เดินทางเข้ามายังประเทศไทยเพื่อจัดเตรียมยาเสพติด ก่อนจะซุกซ่อนของกลางทั้งหมดไว้ในหีบห่อต้องสงสัยหลายชั้นเพื่อดับกลิ่นและพรางตา จากนั้นนำไปจัดเรียงปะปนกับสัมภาระทั่วไปในกระเป๋าเดินทางส่วนตัวเพื่อโหลดใต้ท้องเครื่องบินมุ่งหน้าสู่นครซิดนีย์ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ ABF ตรวจพบขณะผ่านด่านตรวจสัมภาระด้วยเครื่องเอกซเรย์ความละเอียดสูง พบเฮโรอีน น้ำหนัก 34 กิโลกรัม และเมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์) น้ำหนัก 8 กก. (น้ำหนักรวม 42 กิโลกรัม)
กรณีที่ 2 เฮโรอีนซีลสุญญากาศ 20 กิโลกรัม (24 มกราคม 2569)
เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากคดีแรก โดยผู้ต้องหาเป็นชายชาวออสเตรเลีย (อายุ 26 ปี) ใช้เทคนิคการบรรจุเฮโรอีนลงในถุงพลาสติกหนาพิเศษและซีลสุญญากาศจำนวน 34 ใบ เพื่อป้องกันการรั่วไหลและการดมกลิ่นของสุนัขตำรวจ จากนั้นนำไปซ่อนทับไว้ระหว่างเสื้อผ้าในกระเป๋าเดินทางส่วนตัว อย่างไรก็ตาม ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมผู้เดินทางและความผิดปกติของสัมภาระ ทำให้เจ้าหน้าที่นำตัวเข้าห้องตรวจค้นพิเศษและพบของกลางในที่สุด ซึ่งในคดีนี้พบของกลางคือ เฮโรอีนบริสุทธิ์ น้ำหนัก 20 กิโลกรัม

กรณีที่ 3 อำพรางยาไอซ์ในขวดแป้งหอมยอดนิยม (19 มีนาคม 2569)
คดีนี้ชี้ให้เห็นถึงการพยายามปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของขบวนการ โดยชายชาวมาเลเซีย (อายุ 66 ปี) ใช้บรรจุภัณฑ์อุปโภคบริโภคทั่วไปที่หาซื้อได้ง่ายในประเทศไทย อย่าง “ขวดแป้งฝุ่นโรยตัว” (ขวดแป้งหอม) จำนวน 10 ขวด นำมาดัดแปลงเทแป้งออกแล้วบรรจุยาไอซ์ลงไปแทน จากนั้นปิดผนึกฝาขวดให้ดูเหมือนสินค้าใหม่เพื่อพรางตาเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ณ สนามบินซิดนีย์ ในคดีนี้ พบของกลางคือเมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์) น้ำหนัก 5 กิโลกรัม

กรณีที่ 4 เย็บยาเสพติดซ่อนในโครงซับในกระเป๋าเดินทาง (23 เมษายน 2569)
ขบวนการนี้ใช้วิธีทางกายภาพที่ซับซ้อน โดยชายต่างชาติจำนวน 3 ราย (อายุ 34, 35 และ 36 ปี) ได้ดัดแปลงโครงสร้างของกระเป๋าเดินทางส่วนตัว ยาเสพติดถูกอัดเป็นแผ่นแบนและเย็บติดอย่างแน่นหนาไว้ใต้แผ่นซับในผ้าและโครงเหล็กด้านในสุดของกระเป๋าเดินทาง เพื่อหวังว่าด่านตรวจทั่วไปจะไม่สามารถสังเกตเห็นหากไม่มีการเลาะตะเข็บผ้าด้านในออก แต่สุดท้ายเจ้าหน้าที่พบของกลางเป็นเฮโรอีน น้ำหนักรวม 14 กก.
กรณีที่ 5 ลักลอบนำเข้าสารเคมีชนิดใหม่ในขวดสบู่เหลวและช่องว่างในร่างกาย (29 พฤษภาคม 2569)
เป็นคดีที่น่ากังวลเนื่องจากเป็นการลักลอบขนส่งสารเคมีชนิดใหม่ โดยหญิงชาวฝรั่งเศส (อายุ 31 ปี) นำสาร “บิวเทนไดออล” ซึ่งเป็นของเหลวและจะเปลี่ยนสภาพเป็นยาเสียสาว (GHB) เมื่อเข้าสู่ร่างกาย บรรจุลงในขวดผลิตภัณฑ์อาบน้ำ เพื่ออำพรางว่าเป็นของใช้ส่วนตัว และบางส่วนมีการซุกซ่อนไว้ในช่องว่างตามร่างกาย เพื่อเลี่ยงการตรวจค้นภายนอก โดยกรณีนี้พบที่สนามบินเมืองเพิร์ท ซึ่งมีของกลางเป็นสารบิวเทนไดออล (Butanediol) 50 กรัม และสเตียรอยด์ควบคุม 40 ชุด

กรณีที่ 6 แอร์โฮสเตสสาวไทยขนเฮโรอีนซ่อนในถุงผ้าของฝาก (25 มิถุนายน 2569)
โดยกรณีนี้เป็นข่าวดัง เนื่องจากเป็นแอร์โฮสเตสสาวชาวไทย อายุ 26 ปี และกระทบต่อภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือในฐานะลูกเรือของสายการบินแห่งชาติของไทย อย่าง “การบินไทย” โดยของกลางที่พบนั้น มีการบรรจุเฮโรอีนมากกว่า 1 กิโลกรัม แยกส่วนแล้วเย็บติดอย่างประณีตไว้ในช่องซับในหนาพิเศษของถุงผ้าสปันบอนด์ ที่อ้างว่าเป็นของฝากจากประเทศไทยจำนวน 12 ใบ หวังใช้ช่องทางพิเศษของลูกเรือในการผ่านด่านตรวจ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ ABF ณ สนามบินเมลเบิร์น สุ่มตรวจค้นร่างกายและสัมภาระจนกระทั่งตรวจพบของกลางในที่สุด ส่วนสาเหตุและต้นตอของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยังอยู่ในระหว่างการสอบสวน..



