เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สส.บก.ตม.3 ได้เข้าควบคุมตัวนายเจคอบ สัญชาติฟินแลนด์ อายุ 69 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับตำรวจสากล ได้ที่บ้านพักในหมู่บ้านจัดสรรย่านร่มเกล้า กรุงเทพมหานคร ของวันที่ 29 มิ.ย. ที่ผ่านมา

ปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.เดโช โสสุวรรณกุล, พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษร และ พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3 โดยมี พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 และ พ.ต.ท.อิธิธร ประเสริฐศักดิ์ รอง ผกก.ฯ ควบคุมการปฏิบัติ

โดย มอบหมายให้ชุดสืบสวน กก.สส.บก.ตม.3 นำโดย พ.ต.ท.ธงไทย ไพเราะ สว.กก.สส.บก.ตม.3 พร้อมด้วย ร.ต.อ.วรรัตน์ มีปรีชา, ร.ต.อ.มาตรา จิตรธนภัทร์, ร.ต.อ.ธนวิชญ์ เหลืองอ่อน, ร.ต.ต.จิรชัยยชญ์ ศรีดวงแก้ว และ ร.ต.ต.ปพลพัฒน์ งามวิวัฒน์ภักดี รอง สว.(สส.) กก.สส.บก.ตม.3, ด.ต.อนุศักดิ์ จงมโนประเสริฐ และ ด.ต.กีรติ ติ๊บเตปิน ผบ.หมู่ กก.สส.บก.ตม.3 ร่วมปฏิบัติการณ์

สืบเนื่องจากผู้ต้องหา ได้หลบหนีจากจังหวัดชลบุรี มาซ่อนตัวอยู่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ใกล้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยพบผู้ต้องหาใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง ไม่ออกจากบ้านเป็นเวลานาน มีการนำกล่องและวัสดุต่าง ๆ มาปิดบังช่องทางมองเห็นจากภายนอก และสั่งอาหารเดลิเวอรี่นาน ๆ ครั้ง อีกทั้งไม่ยอมเปิดประตูให้บุคคลแปลกหน้า

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลจากคนสวนของหมู่บ้านว่า ทุกครั้งที่มีการตัดแต่งกิ่งไม้บริเวณหน้าบ้าน ผู้ต้องหาจะออกมาแจ้งให้ระมัดระวังสายไฟที่พาดอยู่ด้านหน้า จึงนำข้อมูลดังกล่าวมาวางแผนจับกุม โดยแฝงตัวเป็นพนักงานดูแลสวนเข้าไปตัดแต่งต้นไม้ตามปกติ

เมื่อผู้ต้องหาเปิดประตูออกมาตามพฤติกรรมเดิม เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเป็นตำรวจ พร้อมแสดงหมายจับตำรวจสากล แจ้งคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ก่อนควบคุมตัวไปดำเนินการตามกฎหมาย

สำหรับผู้ต้องหารายนี้ ถูกทางการฟินแลนด์ออกหมายจับในข้อหาฉ้อโกง หลีกเลี่ยงภาษี และปลอมแปลงข้อมูลทางบัญชี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 4 ล้านบาท

ภายหลังการจับกุม บก.ตม.3 ได้ดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรตามมาตรา 36 และเตรียมผลักดันส่งตัวกลับประเทศต้นทาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

พล.ต.ต.ทรงโปรด กล่าวว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ให้ความสำคัญกับความร่วมมือระหว่างประเทศในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับสากล พร้อมยืนยันว่า ประเทศไทยจะไม่เป็นแหล่งหลบซ่อนของผู้หลบหนีคดีจากต่างประเทศ และจะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังต่อไป.