เมื่อวันที่ 2 ก.ค. นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยความคืบหน้าการขยายผลคดีพนักงานต้อนรับหญิงของบริษัท การบินไทย จำกัด หรือ น.ส.มีนา (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี ซึ่งถูกจับกุมพร้อมเฮโรอีน 1 กิโลกรัม ที่ท่าอากาศยานเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนเครือข่ายค้ายาเสพติด 2 เครือข่ายในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หลังพบพฤติการณ์ลักลอบซุกซ่อนยาเสพติดในสิ่งทอคล้ายกับคดีดังกล่าว

นายคณิศร กล่าวว่า จากข้อมูลด้านการข่าวพบว่า เครือข่ายเหล่านี้นิยมดัดแปลงเฮโรอีนให้เป็นแผ่นบาง ก่อนเย็บซ่อนไว้ตามตะเข็บเสื้อผ้า พรมเช็ดเท้า หรือสิ่งทอต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจค้น โดยมีเส้นทางลำเลียงจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือผ่านประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนเข้าสู่กรุงเทพมหานครเพื่อส่งต่อไปยังประเทศปลายทาง เช่น ออสเตรเลีย

อย่างไรก็ตาม สำหรับคดีของ น.ส.มีนา เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ายาเสพติดมีต้นทางจากภาคอีสานหรือภาคเหนือ เนื่องจากกล่องพัสดุที่พบระบุเพียงชื่อผู้รับ แต่ไม่มีข้อมูลผู้ส่ง ทำให้ยังต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม

ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด ระบุอีกว่า รูปแบบการซุกซ่อนเฮโรอีนในกระเป๋าผ้าลายปักรูปช้างไทย ถือเป็นวิธีที่ดัดแปลงจากคดีที่เคยตรวจยึดได้ในอดีต ซึ่งส่วนใหญ่ผู้กระทำผิดจะซ่อนยาไว้ในผ้าชนเผ่าหรือพรมเช็ดเท้า โดยเลือกวัสดุที่สามารถเย็บซ่อนยาไว้ตามตะเข็บได้แนบเนียน ส่วนกระเป๋าผ้าลายช้างในคดีนี้ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบต่อไปว่าลักษณะเนื้อผ้าเป็นงานผลิตของไทยหรือประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อใช้เป็นเบาะแสสืบสวนถึงแหล่งที่มา
ส่วนความคืบหน้าการติดตามตัวผู้ที่นำพัสดุมาส่งยังคอนโดมิเนียมของ น.ส.มีนา นายคณิศร เปิดเผยว่า ชายผู้ขับรถเก๋งซึ่งถูกบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดไว้ ยังไม่ได้เข้าพบหรือให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ ขณะที่ไรเดอร์พลเมืองดีซึ่งเดินทางมาให้ข้อมูลก่อนหน้านี้ เป็นผู้ส่งพัสดุคนละชิ้น คนละวัน และไม่เกี่ยวข้องกับกล่องพัสดุต้องสงสัยในคดีนี้
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ออกหมายเรียกพยานหรือหมายเรียกผู้ต้องหารายใด เนื่องจากอยู่ระหว่างสืบสวนหาผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก “Rose Rose” ตัวจริง ซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้ติดต่อว่าจ้าง น.ส.มีนา รับหิ้วกระเป๋าไปยังประเทศออสเตรเลีย
สำหรับกระแสข่าวที่ว่าหลังเกิดคดีดังกล่าว ยังมีเครือข่ายพยายามลักลอบส่งเฮโรอีนไปยังออสเตรเลียอีก นายคณิศร กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นเครือข่ายเดียวกันหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลการสืบสวนเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติทั้งหมด
ด้านแหล่งข่าวจากสำนักงาน ป.ป.ส. เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 1 ก.ค. เจ้าหน้าที่ได้เปิดปฏิบัติการปูพรมตรวจค้นและจับกุมเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พร้อมตรวจยึดของกลางที่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าอาจเชื่อมโยงกับยาเสพติดลอตเดียวกับคดีของ น.ส.มีนา โดยหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายสำคัญคือบริเวณซอยรางน้ำ ขณะที่ผลการปฏิบัติการทั้งหมดจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการโดยเลขาธิการ ป.ป.ส. ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน.



