นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า รัฐบาลเล็งเห็นถึงศักยภาพของ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีศักยภาพสูงในการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว จึงได้ผลักดันให้เกิดเที่ยวบินระหว่างประเทศให้เป็นรูปธรรมขึ้น โดยในวันที่ 3 ก.ค. 2569 ตนจะเข้าร่วมกิจกรรม และร่วมเป็นประธานงาน “Market Insights and Customer Insights Workshop กับ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อเตรียมความพร้อมการเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศสู่หัวหิน ณ อำเภอหัวหิน ซึ่งจัดโดยสายการบินไทยแอร์เอเชีย

นายภัทรพงศ์ กล่าวอีกว่า การจัดเวิร์กช็อปครั้งนี้ จะมีผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว และบริการในพื้นที่เข้าร่วมกว่า 100 ราย เพื่อระดมความคิดเห็น และรวบรวมข้อมูลในประเด็นสำคัญ อาทิ การนำเสนอความพร้อม และแผนพัฒนาท่าอากาศยานหัวหิน เพื่อยืนยันความพร้อมในการรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศในอนาคต รวมทั้งการวิเคราะห์สินค้า และบริการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพของหัวหิน เพื่อนำมาเป็นจุดขายหลักในการดึงดูดนักท่องเที่ยว และการวิเคราะห์ความสนใจ และกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องการ เพื่อพัฒนารูปแบบกิจกรรมท่องเที่ยวในระยะสั้น และระยะยาว

นายภัทรพงศ์ กล่าวต่อว่า จากการรายงานข้อมูลของกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ในช่วงปี 2561-2563 ก่อนวิกฤตการณ์โควิด-19 ท่าอากาศยานหัวหิน เคยรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศของสายการบินแอร์เอเชียเบอร์ฮัด ในเส้นทาง หัวหิน-กัวลาลัมเปอร์ มาแล้ว ได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี จากสถิติเที่ยวบินกว่า 1,000 เที่ยว และจำนวนผู้โดยสารกว่า 130,000 คน การร่วมมือจัดเวิร์กช็อปครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่จะศึกษาความเป็นไปได้ และเตรียมความพร้อมในการนำเส้นทางบินหัวหิน-กัวลาลัมเปอร์ กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง รวมถึงความเป็นไปได้ในการเปิดบริการเส้นทางระหว่างประเทศอื่นๆ อีกด้วย

นายภัทรพงศ์ กล่าวด้วยว่า การร่วมมือกันระหว่างกระทรวงคมนาคม ทย. สายการบินไทยแอร์เอเชีย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างความเข้าใจที่ตรงกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยกระทรวงคมนาคมพร้อมให้การสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และการอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการพัฒนาเส้นทางบินระหว่างประเทศสู่หัวหิน จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และผลักดันให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางคุณภาพระดับสากลในระยะยาวต่อไป.