สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนามรายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในช่วงเดือน เม.ย.-มิ.ย. ขยายตัว 8.39% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าอัตราการเติบโตที่มีการปรับทบทวนของไตรมาสแรก ซึ่งอยู่ที่ 7.94%


อัตราเงินเฟ้อรายปีของเวียดนามอยู่ที่ 4.69% ในเดือน มิ.ย. ลดลงจาก 5.6% เมื่อเดือน พ.ค. ขณะที่รัฐบาลตั้งเป้าควบคุมเงินเฟ้อทั้งปีไว้ที่ 4.5%


ด้านการค้าระหว่างประเทศ มูลค่าการส่งออกสินค้าในเดือน มิ.ย. เพิ่มขึ้น 28.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 50,790 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.68 ล้านล้านบาท) ส่วนการนำเข้าเพิ่มขึ้น 45.2% อยู่ที่ 53,430 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.77 ล้านล้านบาท) ส่งผลให้เวียดนามขาดดุลการค้า 2,640 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 87,568.80 ล้านบาท) ภายในเดือนเดียว


เมื่อรวมตลอดช่วงครึ่งแรกของปี เวียดนามมีมูลค่าขาดดุลการค้าสูงถึง 16,650 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งเกินดุล 7,950 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีสาเหตุสำคัญจากการที่ประเทศต้องนำเข้าเชื้อเพลิงในราคาที่สูงขึ้น


การขาดดุลการค้าที่เพิ่มขึ้น ถือเป็นปัจจัยลบต่อเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของเวียดนาม ซึ่งปัจจุบันอยู่ต่ำกว่าระดับที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เสนอแนะ


ส่วนเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ในช่วง 6 เดือนแรกของปี เพิ่มขึ้น 11.2% จากปีก่อน อยู่ที่ 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 431, 210 ล้านบาท)


ทั้งนี้ รัฐบาลเวียดนามจะยังคงเดินหน้าเป้าหมายการขยายตัวทางเศรษฐกิจ 10% ในปีนี้ แม้ยังเผชิญความท้าทายจากการขาดดุลการค้าและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES