ที่ศาลอาญาตลิ่งชัน ศาลนัดคู่ความเพื่อไกล่เกลี่ยและไต่สวนมูลฟ้อง ในคดีที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ “ไอซ์” สส.พรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการศึกษาติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากกรณีโพสต์ข้อความกล่าวหาว่า “ไอ้รัฐมนตรีมาจากการโกงเลือกตั้ง”

ก่อนหน้านี้ ศาลได้กำหนดนัดไกล่เกลี่ยเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา แต่เนื่องจากนายสุชาติติดภารกิจราชการที่ประเทศญี่ปุ่น จึงเลื่อนนัดมาเป็นวันนี้ พร้อมกำชับให้คู่ความทั้งสองฝ่ายมาศาลตามกำหนด

สำหรับการนัดหมายครั้งนี้ นายสุชาติได้มอบอำนาจให้ผู้แทนเข้าร่วมการพิจารณา พร้อมด้วยนายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ทนายความ เนื่องจากติดภารกิจราชการต่างจังหวัด ขณะที่ น.ส.รักชนก เดินทางมาศาลพร้อมทนายความ

เวลา 14.20 น. วันที่ 3 ก.ค. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เดินทางมาที่ศาลด้วยตัวเอง ก่อนจะขึ้นห้องพิจารณาคดีไปประมาณ 20 นาที

จากนั้น นายสุชาติ ได้เปิดเผยภายหลังการไกล่เกลี่ยคดี ว่า ศาลได้เสนอให้ทั้งสองฝ่ายพูดคุยทำความเข้าใจ เนื่องจากคดีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งมีการกล่าวหาว่าตนทุจริตการเลือกตั้งในเขต 1 จังหวัดชลบุรี และใช้ถ้อยคำพาดพิงว่าเป็น “รัฐมนตรีเฮ้งซวย” ทั้งที่ภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ตรวจสอบและยืนยันแล้วว่าตนได้รับชัยชนะจากคะแนนเสียงที่บริสุทธิ์


นายสุชาติ กล่าวว่า ในฐานะนักการเมืองยอมรับการตรวจสอบได้ แต่สิ่งที่กระทบจิตใจมากที่สุดคือผลกระทบที่เกิดขึ้นกับครอบครัว โดยเฉพาะพ่อแม่ที่มีอายุมากและเจ็บป่วยจนต้องเข้ารักษาตัวในห้อง ICU รวมถึงลูกที่ต้องเผชิญกับการถูกเพื่อนล้อเลียนจากข่าวที่เผยแพร่ออกไป จึงเห็นว่าความเสียหายไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวเองเพียงคนเดียว แต่ขยายวงไปถึงคนในครอบครัว อย่างไรก็ตาม วันนี้คู่กรณีได้เดินทางมาขอโทษด้วยตนเองต่อหน้าศาล โดยกล่าวขอโทษที่ทำให้ตนและครอบครัวได้รับความเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสียง ซึ่งตนในฐานะผู้ใหญ่กว่าเห็นว่าเมื่ออีกฝ่ายสำนึกและกล่าวขอโทษแล้ว ก็ถือว่ายุติเรื่องนี้

นายสุชาติ ยืนยันว่า จะถอนฟ้องเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับการกล่าวหาเรื่องการเลือกตั้งเท่านั้น เนื่องจากเห็นว่าเป็นคดีที่สามารถให้อภัยกันได้ แต่คดีอื่นที่เกี่ยวข้องกับการกล่าวหาทุจริตคอร์รัปชันยังคงดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เพราะเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงและส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของตนมาเป็นเวลานาน

ทั้งนี้ นายสุชาติ ยังฝากถึงผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์และประชาชนว่า การโพสต์ข้อความหมิ่นประมาทหรือกล่าวหาใคร ไม่ควรมองว่าเป็นเพียงเรื่องสนุกหรือทำเพื่อสร้างคอนเทนต์ เพราะทุกคนล้วนมีครอบครัว มีพ่อแม่ และมีลูกที่ได้รับผลกระทบจากข้อมูลที่เผยแพร่ออกไป แม้นักการเมืองจะพร้อมรับการตรวจสอบ แต่การนำข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงไปเผยแพร่ย่อมสร้างบาดแผลทางความรู้สึกแก่คนในครอบครัวได้

นายสุชาติ กล่าวทิ้งท้ายว่า ขณะนี้รู้สึกสบายใจที่เรื่องดังกล่าวจบลง และต้องการนำเวลาไปทุ่มเทให้กับการทำงานมากกว่าการต่อสู้คดีที่สามารถให้อภัยกันได้ ส่วนคดีอื่นที่เกี่ยวกับข้อกล่าวหาทุจริตคอร์รัปชันนั้น ยังคงยืนยันจะดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายต่อไป เนื่องจากเป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้