เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ที่โรงแรมเพชรรัชต์ การ์เด้น ดร.สถาพร มงคลศรีสวัสดิ์ นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมคณะกรรมการสมาคมฯ ร่วมแสดงความยินดีและมอบกำลังใจแก่ นายปริญญา บัวพันธ์ ครูโรงเรียนกีฬาเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ประธานชมรมกีฬาวอลเลย์บอลชายหาดจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมผู้ฝึกสอนและนักกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้จังหวัดจากการแข่งขันรายการสำคัญทั้งในและต่างประเทศ
ผลงานเด่นเริ่มจากทีมวอลเลย์บอลชายหาดชาย รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ของโรงเรียนกีฬาเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ที่คว้าแชมป์การแข่งขัน “ศรีสะเกษ–ซีเล็ค วอลเลย์บอลชายหาด รุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2569” โดย นายศิรสิทธ์ คำบู่ และ นายกุลวินิจ หลักทอง ภายใต้การฝึกสอนของ นายปริญญา บัวพันธ์ และ นายวีระยุทธ โสปะติ โดยมี นายยุทธพงษ์ คุริรัง เป็นผู้จัดการทีม
ด้านทีมหญิงของโรงเรียนกีฬาเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ก็ไม่น้อยหน้า สามารถคว้าเหรียญทองแดงจากการแข่งขันรายการเดียวกัน จากผลงานของ นางสาวอินทิรา นิลสนธิ และ นางสาวพัทธนันท์ วงค์หนองแวง ภายใต้การฝึกสอนของ นางสาวกิจจา ขันทรักษ์ และมี นายยุทธพงษ์ คุริรัง เป็นผู้ควบคุมทีม

อีกหนึ่งความสำเร็จที่สร้างชื่อเสียงให้จังหวัดร้อยเอ็ด คือ นายเนติธร มุนีกุล นักศึกษาระดับปริญญาโท มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด และนักกีฬาสังกัดสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดร้อยเอ็ด ที่คว้าเหรียญทองจากการแข่งขัน Volleyball World Beach Pro Tour Future Hangzhou China ตอกย้ำศักยภาพนักกีฬาร้อยเอ็ดในเวทีระดับนานาชาติ

นอกจากนี้ สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดร้อยเอ็ดยังร่วมส่งกำลังใจให้ นายกุลวิสิทธิ์ หลักทอง และ นางสาวศศิธร แก้งคำ นักกีฬาทีมชาติไทย ที่เตรียมเข้าร่วมการแข่งขัน FIVB Beach Volleyball U18 World Championships 2026 ระหว่างวันที่ 8–12 กรกฎาคม 2569 ณ กรุงเฮก ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ เพื่อประชันฝีมือกับนักกีฬาชั้นนำจากทั่วโลก
ดร.สถาพร มงคลศรีสวัสดิ์ กล่าวว่า ความสำเร็จของนักกีฬาทุกคนเกิดจากความทุ่มเท ความมีวินัยในการฝึกซ้อม ตลอดจนการสนับสนุนจากผู้ฝึกสอน ผู้ปกครอง โรงเรียนกีฬาเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด และทุกภาคส่วนที่ร่วมกันพัฒนาศักยภาพนักกีฬาอย่างจริงจัง จนสามารถก้าวสู่การแข่งขันในระดับประเทศและระดับโลกได้อย่างต่อเนื่อง
สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดร้อยเอ็ดขอแสดงความยินดีกับนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย พร้อมอวยพรให้นักกีฬาทีมชาติไทยประสบความสำเร็จในการแข่งขันชิงแชมป์โลก สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจกลับมาสู่จังหวัดร้อยเอ็ดและประเทศไทยต่อไป



