สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ว่า การส่งออกของอียูไปยังสหรัฐ เพิ่มขึ้น 7.7% เป็น 580,000 ล้านยูโร (ราว 22 ล้านล้านบาท) ขณะที่อียูนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ เพิ่มขึ้น 2.2% เป็น 295,000 ล้านยูโร (ราว 11.2 ล้านล้านบาท) ส่งผลให้ดุลการค้าเกินดุลของอียู เพิ่มเป็นเกือบ 285,000 ล้านยูโร (ราว 10.8 ล้านล้านบาท)

แม้ตัวเลขที่สูงเป็นประวัติการณ์เหล่านี้ บ่งชี้ว่ามาตรการภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และความตึงเครียดทางการเมือง ไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจโดยรวมมากนัก หรือทำให้เข้มข้นขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่นางซามินา ซุลตัน นักเศรษฐศาสตร์จากไอดับเบิลยู กล่าวว่า ความประทับใจแรกนี้อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด

อนึ่ง บางภาคส่วนประสบปัญหาอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคส่วนยานยนต์ เนื่องจากการส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วนของอียูไปยังสหรัฐ ลดลง 20.4% ในปี 2568 โดยเยอรมนี ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเกือบสองในสาม ของการส่งออกรถยนต์ของอียูไปยังสหรัฐ มีการลดลงถึง 18.9%

ขณะเดียวกัน ไอร์แลนด์สวนทางแนวโน้มดังกล่าว โดยมีการส่งออกเพิ่มขึ้น 52.7% ซึ่งได้รับแรงหนุนจากผลิตภัณฑ์ยาและเคมีภัณฑ์ที่ได้รับการยกเว้นภาษี

นอกจากนี้ การค้าบริการข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ก็ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 865,000 ล้านยูโร (ราว 32.8 ล้านล้านบาท) แม้อียูจะขาดดุลในหมวดหมู่นี้ถึง 178,000 ล้านยูโร (ราว 6.7 ล้านล้านบาท) ก็ตาม.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS